จะเกิดอะไรขึ้น หาก BJC คว้า Tesco Lotus

จากกระแสข่าวนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจที่จะซื้อกิจการของ เทสโก้ โลตัส ในประเทศไทย เพื่อนำมาต่อยอดกิจการในกลุ่มค้าปลีกของบริษัทในเครือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยได้ยื่นความจำนงค์เพื่อเข้าประมูลกิจการกิจการดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในการซื้อกิจการครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับราคา การแข่งขัน และข้อกฏหมายต่างๆ

 

โดยในประเด็นดังกล่าว นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หาก BJC เข้าซื้อกิจการเทสโก้ จะทำให้กลุ่มบริษัทมีจำนวนร้านค้าปลีกรวมเป็น 3,346 สาขา (จากเดิมมี 1,379 สาขา) และได้ผลบวกจากอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สินค้ามากขึ้น รวมทั้ง synergies ในการดำเนินงาน เนื่องจากมีธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

 

จากงบการเงินของเทสโก้ ประเทศไทย (1 มี.ค. 2561 – 28 ก.พ. 2562) มีรายได้รวม 188,328 ล้านบาท กำไรสุทธิ 7,820 ล้านบาท เมื่อรวมกับ BJC จะทำให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 50% เป็น 3.6 แสนล้านบาท กำไร 1.45 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมต้นทุนการลงทุน รวมทั้งผลกระทบจากการเพิ่มทุน

 

นอกจากนี้จากรายงานข่าวมูลค่ากิจการเทสโก้ 10,000 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 3 แสนล้านบาท ขณะที่ BJC มี EBITDA ปีละ 22,000 หมื่นล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 1.3 เท่า จึงมีแนวโน้มการเพิ่มทุน คาดว่าหุ้น BJC ยังถูกกดดันจากประเด็นดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2559 BJC เข้าซื้อกิจการบิ๊กซี ประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยนำเงินมาจากการเพิ่มทุนและเงินกู้

 

เมื่อเข้าไปสำรวจงบการเงินของ BJC พบว่า สิ้นไตรมาส 3/2563 มีสินทรัพย์รวม 319,771.36  ล้านบาท มีหนี้สินรวม 203,101.24 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 112,146.08  ล้านบาท โดยงวด 9 เดือน 2562 มีรายได้รวม 129,497.83  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 4,805.67   ล้านบาท

Share: