เสริมสร้างผลกระทบ...เพื่อ ‘เปลี่ยนแปลงโลก (Real World Impact)’

ประเด็นเรื่องการลงทุนอย่างรับผิดชอบโดยคำนึงถึง ‘Environmental : สิ่งแวดล้อม’, ‘Social :สังคม’ และ ‘Governance : ธรรมาภิบาล’ หรือ ‘ESG’ นั้น เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในแวดวงการเงินการลงทุนจาก ‘หลักปฏิบัติการลงทุนที่มีความรับผิดชอบ (Principles for Responsible Investment: PRI)’ ของ ‘United Nation (UN)’ ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนเม.ย. 2006

 

 

โดย PRI เป็นโครงการภาคสมัครใจ ประกอบด้วยหลักการ 6 ข้อ มีเป้าหมายหลักเพื่อมุ่งหวังช่วยให้นักลงทุนผนวกปัจจัย ESG เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางด้านการลงทุนและการมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลตอบแทนระยะยาวของผู้ได้รับผลประโยชน์สูงขึ้น โดยปัจจุบันมีผู้ลงนาม (signatories) ในการนำหลัก PRI ไปใช้แล้วกว่า 2,300 ราย มีเงินลงทุนรวมกันกว่า USD80 Trillion และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

 

ทั้งนี้ 6 Principles for Responsible Investment ประกอบด้วย

  • การนำประเด็นด้าน ESG มาประกอบการวิเคราะห์และการตัดสินใจลงทุน
  • การใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างจริงจังและนำประเด็นด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดนโยบาย และหลักปฎิบัติการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น
  • การสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ที่เราลงทุนเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG
  • การส่งเสริมประเด็นด้าน ESG ให้เกิดการยอมรับและการปฏิบัติในอุตสาหกรรมการลงทุน
  • การให้ความร่วมมือในการนำหลักปฏิบัติการลงทุนที่มีความรับผิดชอบมาใช้ปฏิบัติ
  • การรายงานข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าในการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติการลงทุนที่มีความรับผิดชอบ



ต่อมา ในปี 2015 UN ได้ประกาศ ‘เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)’ 17 เป้าหมาย โดยจะเป็นข้อผูกพันสำหรับชาติสมาชิกที่ได้ให้การรับรอง 193 ประเทศ (รวมประเทศไทยด้วย) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าวจะถูกใช้เป็นเครื่องกำหนดทิศทางการพัฒนาทั้งของไทยและของโลกนับจากนี้ จวบจนปี 2030 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี โดยเป้าหมายแต่ละข้อดังแสดงตามภาพด้านล่าง

 

 

แม้ว่า ESG จะเป็นประเด็นที่ริเริ่มในระดับภาคธุรกิจ แต่สามารถนำไปเชื่อมโยงในภาพที่กว้างขึ้นในระดับสังคม และเศรษฐกิจระดับมหภาคกับแต่ละเป้าหมายของ SDGs ได้เช่นกัน ทั้งนี้บทความ ‘ESG to SDGs: Connected paths to Sustainable Future’ โดย SustainoMetric ระบุถึงความเชื่อมโยงระหว่างประเด็นด้าน ESG กับ SDGs ว่า การ ตัดสินใจลงทุนตาม ESG มุ่งไปที่การสร้างมูลค่าในระยะยาว สำหรับธุรกิจและสังคม ดังนั้นจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับแนวคิดของ SDGs ในการสร้างค่านิยมร่วมกันซึ่งแสดงถึงศักยภาพของตลาด ความต้องการของสังคมและการดำเนินนโยบายเพื่อแนวทางที่ยั่งยืนและครอบคลุมเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น


ขณะที่ในด้านของ “ผู้ลงทุน” นั้น ‘การลงทุนที่ยั่งยืน (Sustainable Investing)’ เป็นวิธีการลงทุนที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในการเลือกพอร์ตและการจัดการลงทุน โดย “สถาบันไทยพัฒน์” ระบุว่า การใช้ ‘ปัจจัย ESG’ ในการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจลงทุน ร่วมกับการพิจารณา ‘Risk-Return Profile’ ในแบบทั่วไป นอกจากจะทำให้ผู้ลงทุนสามารถคาดการณ์ผลประกอบการในอนาคตของบริษัทได้ดียิ่งขึ้น


“ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนเอง ในแง่ทีจะช่วยสร้างผลตอบแทน (Alpha) ที่เพิ่มขึ้น และช่วยลดความผันผวนของราคา (Beta) ของหลักทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนแล้ว ยังทำให้การลงทุนนั้นช่วยเสริมสร้างผลกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก (Real World Impact) ในทางที่ดีขึ้นด้วย”


หลัก ESG เป็นแนวทางในการทำธุรกิจที่ยั่งยืนที่ ‘บริษัท’ ต่างๆ ควรนำมาปรับใช้ปฏิบัติขณะที่ ‘ผู้ลงทุน’ ก็ควรใช้พิจารณาประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุน นอกเหนือจากการพิจารณาจากตัวเลขทางการเงินอย่างเดียว เพราะการลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจอย่างมีคุณธรรมตามหลัก ESG ย่อมสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวได้เช่นกัน

Tags:
Share: