SCB ในวันที่ราคาหุ้นอาจหลุดร้อยบาท!!

เช้าวันนี้ราคาหุ้นของ SCB หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดตลาดด้วยราคา 105.00 บาท ปรับตัวลงแรง 12 บาท หรือ -10.26% ทันที ก่อนจะปิดตลาดภาคเช้าด้วยราคา 103.50 บาท ปรับตัวลง 13.50 บาท หรือ -11.54%

 

 

ผลงานต่ำกว่าคาด

โดยราคาหุ้นที่ปรับลงแรงของ SCB อาจมาจากผลประกอบการที่ต่ำกว่าหลายฝ่ายประเมินไว้ โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ( ประเทศไทย ) ให้มุมมองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 4/62 ของ SCB ออกมาแย่กว่าคาด โดยมีกำไรสุทธิ 5.5 พันล้านบาท ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)  และลดลง 63% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ต่ำกว่าที่เราคาด 43% และต่ำกว่า Bloomberg consensus 45% เนื่องจากตั้งสำรองค่าเผื่อฯสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก โดยตั้งอยู่ที่ 9.6 พันล้านบาท คิดเป็น Credit cost 180bps ส่วนทั้งปี 62 มีกำไรสุทธิ 40.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%YoY โดยมี Credit cost เพิ่มเป็น 170bps (ปี 61 เท่ากับ 167bps)


สำหรับกำไรก่อนสำรอง (PPOP) ในไตรมาส 4/62 อยู่ที่ 14.7 พันล้านบาท ลดลง 13%YoY และ ลดลง13%QoQ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากประมาณ 15%YoY และ 5%QoQ โดยหลักเป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน, ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตซอฟท์แวร์, ค่าเสื่อมราคาโครงการ Transformation และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับไอที


ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มจาก NIM ที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัวจากรายได้ค่าธรรมเนียมไตรมาส 4/62 ที่เติบโต 26%YoY และ 14% และคิดเป็นการเติบโต 4% ในปี 62 เพราะมีรายได้ขายประกันร่วมกับ FWD รวมถึงรายได้จากธุรกิจบลจ.เพิ่มขึ้น แต่ถ้าเทียบรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยไตรมาส 4/62 กับไตรมาส 3/62 จะลดลงเพราะไตรมาส 3/62 มีกำไรจากขาย SCBLIFE ก้อนใหญ่


สิ้นปี 62 สินเชื่อหดตัว 1.3%YoY ส่วนไตรมาส 4/62 สินเชื่อหดตัว QoQ จากการชำระคืนหนี้ของลูกค้ารายใหญ่แต่สินเชื่อรายย่อยและ SME ยังเติบโตได้

 

 

ประเมินคุณภาพสินทรัพย์ยังอ่อนแอ

คุณภาพสินทรัพย์ยังอ่อนแอลงต่อ โดย NPL ไตรมาส 4/62 เพิ่ม 10%QoQ และ 21%YoY เป็น 85.2 พันล้านบาท ส่วน NPL ratio เพิ่มเป็น 3.41% ในสิ้นปี 62 เทียบกับ 3.01% ในสิ้น 3Q62 และ 2.85% ในสิ้นปี 61 ทั้งนี้ NPL formation เพิ่มทุกกลุ่มลูกค้า ยกเว้นกลุ่มสินเชื่อที่พักอาศัย ส่วน Special mention loans ในไตรมาส 4/62 เพิ่ม 20%YoY ซึ่งหลักๆ มาจากกลุ่มลูกค้ารายย่อย (เช่าซื้อรถยนต์) และ SME แต่ยังลดลงประมาณ 0.5%QoQ เป็น 65 พันล้านบาท การตั้งสำรองฯสูงขึ้นดังข้างต้น ส่วน Coverage ratio สิ้นปี 62 อยู่ที่ 134% ลดลงจาก 147% ในสิ้นปี 61


ประกาศจ่ายปันผลพิเศษ 0.75 บาทต่อหุ้น ซึ่งมาจากกำไรในการขาย SCBLIFE โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 30 ม.ค. 63 และชำระเงินวันที่ 14 ก.พ. 63 (ธนาคารจ่ายปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกไปแล้ว 1.50 บาท/หุ้น) และธนาคารเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลเป็นไม่น้อยกว่า 30% ของกำไร (จากเดิมประมาณ 30-50% ของกำไร)

 

 

ปรับกำไรปี 63 ลง 9%

ปรับลดคำแนะนำเป็น Fully Valued โดยปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 63 ลง 9% สะท้อนค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่มากขึ้น ซึ่งทำให้กำไรสุทธิปี 63 จะลดลง 12%YoY พร้อมปรับลดราคาพื้นฐานเป็น 104 บาท เทียบเท่ากับ P/BV ปี 63F ที่ 0.85 เท่า (-2SD)



ปี 63 ยังเป็นปีที่หนักหนาสำหรับ SCB พอสมควร ต้องรอติดตามกันว่า งบประมาณในไตรมาส 1/63 จะกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่ ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว และอาจเติบโตต่ำกว่าปีที่ผ่านมา  

 

 

 

Share: