ชู ‘ตลาดเกิดใหม่-สหรัฐ’...โดดเด่นสุดรับปีหนู 2020

ท่ามกลางปัจจัยลบมรารุมเร้าทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของโลกและของไทยในปีหมู2019 ที่ผ่านมา จนกดให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงคาดว่าจะโตเพียง 2.4% ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยเองผลตอบแทนก็ไม่ไปไหนไกลทั้งปี (SET TRI) +4.29%

         

แต่อุตสาหกรรมกองทุนในภาพรวมยังโตได้ประมาณ 7% เช่นเดียวกับ “บลจ.กรุงไทย (KTAM)ที่ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งไม่แพ้อุตสาหกรรม โดยมีสินทรัพย์สุทธิ (AUM) สิ้นปีอยู่ที่ 827,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% โดยเป็นการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ

         

ในส่วนของผลงานของ กองทุนต่างประเทศ (FIF)’ ของ ‘KTAM’ เองก็ตบเท้าโชว์ผลงานได้อย่างพร้อมเพียงโดยไม่มีกอง FIF ของบริษัทกองไหนเลยที่มีผลงาน ติดลบ และกว่า 97% สามารถเติบโตเป็นเลข 2 หลัก เกือบทุกกองในปีที่ผ่านมา

           

ทิศทางของ ‘KTAM’ ในปีหนู2020 นี้ ตลอดจนมุมมองการลงทุนจะเป็นอย่างไร ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

ผู้บริหาร บลจ.กรุงไทย

 

 

เพิ่ม “การเข้าถึง” ของนักลงทุน...มู่งสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ

 

ประเทศไทยมีผู้มีงานทำกว่า 37.7 ล้านคน แต่มีจำนวนผู้ลงทุนในกองทุนรวมไม่ถึง 2 ล้านคน ดังนั้นโอกาสที่อุตสาหกรรมกองทุนจะเติบโตนั้นยังมีอีกมากทีเดียว


“ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) มองว่า โอกาสในการเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุนยังมีอีกมากแต่ทำอย่างไรจะให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ในส่วนของบริษัทเองนั้นในปี2020 ตั้งเป้าหมายมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 1  แสนล้านบาท หรือประมาณ 12% และในระยะ 3 ปี จากนี้ ก็มีโอกาสที่ AUM จะทะลุ ‘1 ล้านล้านบาท’ ได้เช่นกัน แต่นั่นเราคงต้องเติบโตได้ในทุกธุรกิจด้วย

 

โดยบริษัทจะคำนึงถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนเป็นสำคัญ และยังเน้นหลักกลยุทธ์เป็น 3 ส่วน ได้แก่

 

  • ให้ความสำคัญในการกระจายพอร์ตการลงทุนและการบริหารจัดการกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนมากขึ้น ดังนั้นในปีนี้บริษัทจะยังคงเดินหน้ารุกผลิตภัณฑ์กองทุนที่ลงทุนใน ‘ต่างประเทศ’ ซึ่งบริษัทมีการคัดเลือกมาอย่างดีและกระจายไปหลาย ‘Asset Class’ เพื่อรองรับการกระจายการลงทุนให้แก่ลูกค้า ด้วยความเชื่อที่ว่า ตลาดการลงทุนในปัจจุบันสามารถจะเชื่อมต่อกันโดยไร้ขอบเขต เพราะฉะนั้นเงินลงทุนก็สามารถไหลเวียนกันได้อย่างคล่องตัวเช่นกัน

 

 

  • การผสานความร่วมมือกับ “บมจ.ธนาคารกรุงไทย” โดยเฉพาะในด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้บริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่ม ‘ลูกค้ารายใหญ่’ และ ‘รายย่อย’ และรวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนด้วย


ในปี 2019 ที่ผ่านมา ธุรกรรมกองทุนของบริษัทที่เกิดขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่น ‘Next’ ของธนาคารกรุงไทย มียอดซื้อกว่า 14,000 ล้านบาท และธุรกรรมกองทุนของบริษัทที่เกิดขึ้นผ่านแอพพลิเคชั่น ‘KTAM Smart Trade’ มียอดซื้อกว่า 8,000 ล้านบาท และบริษัทจะยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีในการทำธุรกรรมให้ดียิ่งขึ้นตอบโจทย์ในความรวดเร็ว ง่าย และสะดวกสบายแก่ผู้ลงทุนทุกกลุ่มเป้าหมาย

 

  • การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อต่อยอดการให้บริการให้เป็น ‘Best Investment Solutions’ เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนในยุคดิจิตอลที่ต้องการความง่าย และสะดวกสบาย เพิ่มความสะดวกแก่นักลงทุนผ่านดิจิทัลแพลทฟอร์มที่มีให้ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเข้าถึงอินเตอร์เน็ทของลูกค้า และเทรนด์ของนักลงทุนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน


ในปี2019 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัว ‘LINE@’ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหาความรู้ บทความและเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุน ตอบสนองในการเป็นเพื่อนคู่คิด ที่ปรึกษา และมีนักลงทุนที่สนใจเป็นผู้ติดตามมากถึง 235,625 ราย รวมถึง ‘Facebook’ ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 180,000 ราย สำหรับในปี 2020 นี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการนำเสนอคอนเทนท์ที่ง่ายและเข้าถึงผู้ลงทุนทั่วไปมากยิ่งขึ้น เพื่อให้คนเห็นความสำคัญของการออมผ่านกองทุนต่างๆ

 

“เราคงมองไปในเรื่องของ ‘การเข้าถึงที่ง่าย’ ของลูกค้าเป็นสำคัญ กระจายฐานของนักลงทุนให้กว้างขึ้น หากทั้งอุตสาหกรรมร่วมมือกันอุตสาหกรรมก็จะเติบโต เราก็จะเติบโตและเป็นการเติบโตอย่างมี ‘คุณภาพ’ ด้วย โดยบริษัทยังคงผสานความร่วมมือกับ “บมจ.ธนาคารกรุงไทย” อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้บริการและนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

           

ชวินดา ยังบอกอีกว่า ในปี2019 ที่ผ่านมา ถือว่าบริษัทประสบความสำเร็จได้เป็นที่น่าพอใจ และบริษัทจะยังคงยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและจะต่อยอดจากเดิมให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น บริษัทต้องปรับตัวไปตามความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสร้างความโดดเด่นทั้งผลิตภัณฑ์และการให้บริการควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุน

 

“เราเชื่อว่า ‘การลงทุน’ คือ อนาคตของทุกคนในยามที่เติบโตขึ้น และในยามแก่ ดังนั้น การสร้างกองทุนที่มีความง่าย ให้นักลงทุนสามารถออมไปพร้อมกับการลงทุนได้ด้วยยิ่งดี และการส่งเสริมให้ผู้ลงทุนมีวินัยการออมที่ดี จะสามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงอย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”

 

คลายกังวลเรื่อง ‘Recession’…เพิ่มน้ำหนัก “สินทรัพย์เสี่ยง”

 

ในปีที่ผ่านมา ตลาดการเงินเผชิญกับความท้าทายในหลายๆ ด้าน มาในปีหนู2020 นี้ แม้ประเมินว่าเศรษฐกิจจะ ‘ไม่เกิดการถดถอย (Recession)’ ขึ้นก็ตาม แต่ก็เป็นเศรษฐกิจที่โตช้า ในขณะที่สงครามการค้ายังไม่จบ แต่ความรุนแรงจะลดน้อยลง โลกต้องการการเติบโตนั่นทำให้ทุกประเทศต้องการเอาตัวรอด

 

 

ในภาวะการลงทุนเช่นนี้ “วีระ วุฒิคงศิริกูล” ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การลงทุน บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า ผู้ลงทุนยังควรเน้นการ ‘กระจายความเสี่ยง (Diversification)’ ไปในหลายสินทรัพย์และหลายภูมิภาค เนื่องจากตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้นในระยะหลัง การจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยในช่วงต้นปีเรายังคงมองว่า ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ น่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังนักลงทุนคลายความกังวลการเกิดภาวะถดถอย จึงเน้นให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

 

“โดยอาจเน้นการลงทุนมาในกลุ่ม ‘ประเทศเกิดใหม่ (EM)’ ที่น่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดกว่า และ Valuation ‘ไม่ได้แพง’ มาก รวมถึง ‘ตลาดหุ้นสหรัฐ’ ที่ยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และเรายังมีมุมมองที่เป็นบวกกับ ‘ทองคำ’ สามารถถือไว้เพื่อกระจายความเสี่ยงได้เช่นกัน ในระยะถัดไป นักลงทุนอาจต้องระวังแรงขายทำกำไร และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจพัฒนากลายเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนในอนาคต”

 

เป้าหมายจะขึ้นเป็น “บลจ.ล้านล้านบาท” ใน 3 ปี ของ ‘บลจ.กรุงไทย’ นี้ เป็นเป้าหมายที่ท้าทายตัวเองเป็นสำคัญ เป็นการตั้งเป้าการ ‘เติบโตอย่างมีคุณภาพ’ ในระยะยาวพร้อมกับการ ‘ขยายฐานผู้ลงทุน’ ในวงกว้างควบคู่กันไป จึงนับเป็นอีกก้าวที่กล้าและน่าจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจาก บลจ.อื่นผู้ร่วมอุตสาหกรรมด้วยเช่นเดียวกัน

Share: