‘ซีวิลเอนจีเนียริง’ ชูจุดเด่นเทคโนโลยี-นวัตกรรม ส่งมอบ'มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช' เร็วกว่าแผน 9 เดือน

‘ซีวิลเอนจีเนียริง’ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปี  ชูจุดเด่นผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ นำหลักบริหารการจัดการสมัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อนองค์กร พร้อมใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมก่อสร้างขั้นสูง ผนวกกับประสบการณ์การทำงานของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ บริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพและส่งมอบงานได้อย่างรวดเร็ว (Economy of Speed) เพื่อผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืน ล่าสุด โชว์เคสความสำเร็จโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา สัญญาที่ 29, 30 และ 31 ส่งมอบงานเร็วกว่ากำหนด 9 เดือน


นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธาแบบครบวงจรที่มีประสบการณ์การทำงานกว่า 50 ปี (ในปัจจุบันนายปิยะดิษฐ์ เป็นผู้บริหารรุ่นที่สาม ต่อจากที่รุ่นคุณปู่ และคุณพ่อได้ริเริ่มไว้) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ใช้จุดแข็งทีมผู้บริหารคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและร่วมขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า ด้วยการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานคมนาคมและสาธารณูปโภค ผ่านหลักบริหารงานภายใต้แนวคิดค่านิยม C-I-V-I-L เน้นความยึดมั่นที่จะทำตามสัญญา (C-Commitment) ซื่อสัตย์โปร่งใส  (I-Integrity) ให้ความสำคัญกับผู้อื่น (V-Value People) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี (I-Innovation) มาใช้ในการก่อสร้าง และส่งเสริมการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด (L-Learning) ของบุคลากร เพื่อส่งมอบงานที่มีคุณภาพภายใต้กรอบสัญญาที่กำหนด และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวสู่ระดับสากล


ทั้งนี้ การดำเนินงานของบริษัทฯ จะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากบุคลากรที่เป็นคุณภาพ และนำเทคโนโลยีก่อสร้างขั้นสูงพร้อมการบริหารจัดการ Supply Chain อย่างครบวงจร มาสนับสนุนการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งมอบงานได้ตามกำหนด โดยมีฐานการผลิตพร้อมสนับสนุนดำเนินโครงการ ได้แก่ เหมืองหินที่ได้รับประทานบัตร โรงงานแอสฟัลท์ติก โรงงานคอนกรีต โรงผลิตชิ้นส่วนคอสะพานสำเร็จรูป กระจายอยู่ในหลายภูมิภาครวมทั้งหมดกว่า 10 แห่ง และมีศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องจักรรวม 4 แห่ง พร้อมเปิดกว้างความร่วมมือพันธมิตรทางธุรกิจกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมโยธาและการบริหารจัดการระหว่างกัน ช่วยผลักดันซีวิลเอนจีเนียริงก้าวเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำของประเทศไทยที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน  


ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บริษัทฯ เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและระบบสาธารณูปโภคมากกว่า 1,000 โครงการ คิดเป็นมูลค่าจากอดีตจนปัจจุบันรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การก่อสร้างทางยกระดับ สนามบิน รถไฟทางคู่ เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ เช่น สะพานต่างระดับรัชวิภา ซึ่งเป็นสะพานต่างระดับงานแรกของประเทศไทย,  ทางแยกต่างระดับห้าแยกน้ำกระจายทางหลวงหมายเลข 407 ตัดทางหลวงหมายเลข 408 ตัดทางหลวงหมายเลข 414 จังหวัดสงขลา, โครงการก่อสร้างสนามบินจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช และร้อยเอ็ด, โครงการพระราชดำริในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ได้แก่ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา, โครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา (Rubber City) ในพื้นนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา    


“เรามีปณิธานในการทำหน้าที่ ‘ผู้สร้าง’ จากการใช้ความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมโยธาครบวงจร และนำเทคโนโลยีและการจัดการสมัยใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการ เพื่อยกระดับซีวิลเอนจีเนียริงเป็นบริษัทก่อสร้างชั้นนำของไทย ที่มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยให้ยั่งยืนต่อไป” นายปิยะดิษฐ์ กล่าว           

 


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีวิลเอนจีเนียริง จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร สัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย-ชุมพร,โครงการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน พัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ–หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 2-1 งานโยธาสำหรับช่วง สีคิ้ว –กุดจิก และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยโครงการนี้บริษัทฯได้รับงานก่อสร้างรวม 4 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 16 และ สัญญา 29, 30 และ 31 บริเวณเขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อก่อสร้างทางยกระดับมอเตอร์เวย์ ขนาด 4 เลน


ปัจจุบัน บริษัทฯ ส่งมอบงานก่อสร้างในสัญญาที่ 29, 30 และ 31 ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน จากสัญญาที่ระบุไว้ 3 ปี หรือ เร็วกว่ากำหนดถึง 9 เดือน แม้พื้นที่ก่อสร้างจุดนี้ มีความท้าทายด้านงานวิศวกรรมโยธา เนื่องจากสภาพพื้นที่ก่อสร้างเป็นชั้นหิน แนวเส้นทางบางช่วงเป็นเหวลึกและพาดผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำใต้ดิน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ใช้ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาผนวกกับการบริหารจัดการที่ดี จึงสามารถส่งมอบงานให้แก่กรมทางหลวงได้ก่อนกำหนด


“การก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช เป็นอีกโครงการที่เราภาคภูมิใจในการเข้าร่วมพัฒนา แม้พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างภายใต้ความรับผิดชอบของเราเป็นจุดที่ยากที่สุดของโครงการนี้ แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเราก็ทำสำเร็จด้วยการส่งมอบงานได้เร็วกว่ากำหนด เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เป็นเส้นทางเดินทางไปสู่ภาคอีสานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายปิยะดิษฐ์ กล่าว


สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเร่งด่วนที่ถูกบรรจุอยู่ในแผนแม่บททางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โดย กรมทางหลวง เปิดให้ภาคเอกชนร่วม ลงทุนในกิจการรัฐ (PPP Fast Track) เพื่อผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมและแก้ไขปัญหาการจราจรในเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Share: