ส้มหล่นลูกค้า ธอส.แพคเกจเด็ด ลดดอกเบี้ยถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ขรก.ลดผ่อนงวด 50% ดอก 0%

รับโชคดอกเบี้ยถูกกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว จังหวะเหมาะร่วมฉลองเทศกาลวันตรุษจีน สำหรับลูกค้ากู้บ้านของ “ธนาคารอาคารสงเคราะห์” หรือ ธอส. ที่จัดหนักมาตรการกระตุ้นให้คนไทยมีบ้าน ด้วยการเปิดทางแหล่งเงินทุน หรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย


ด้วยพลังผลักดันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “อุตตม สาวนายน” ที่เข้าตรวจเยี่ยมกิจการ และประชุมกับคณะกรรมการและผู้บริหาร ธอส. เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2563 ได้ข้อสรุปสั่งการให้ ธอส. ออกมาตรการช่วยเหลือคนไทยให้มีบ้านได้ง่ายขึ้น และลดความเหลื่อมการมีบ้านหลังแรกของประชาชน


ทั้งนี้ถือเป็นการรับลูกของฝั่งแบงก์เฉพาะกิจของรัฐ นำโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ เจ้าตลาดสินเชื่อบ้าน หลังจากที่แบงก์ชาติได้ผ่อนคลายเกณฑ์วงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) สำหรับคนมีบ้านหลังแรก สามารถขอกู้เต็ม 100% และกู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์อีก 10% ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป


รมว.คลังเห็นว่า ภาคอสังหาฯเป็นภาคที่มีภาคธุรกิจต่างๆ และการจ้างงานที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก จึงได้เข้ามาดูแลสถานการณ์ในปัจจุบันผ่านการออกมาตรการใหม่ๆ ของธอส. นอกเหนือจากที่มีมาตรการเดิมอยู่ก่อนแล้ว ที่จะต้องขยายผลให้ประชาชนเข้ามาใช้มากที่สุด


“ในสภาวะปัจจุบัน ต้องช่วยกันต่อท่อสภาพคล่อง ให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งธอส. สามารถมีบทบาทชี้นำตลาดอสังหาฯนี้ได้อยู่แล้ว จึงใช้ช่วงจังหวะเวลานี้ให้ธอส. ออกมาตรการพิเศษออกมา”


พร้อมกันนี้ รมว.คลัง กล่าวทิ้งท้ายว่า จะมีการนำฐานข้อมูลลูกค้าของธอส. และเทคโนโลยีของธนาคารมาเชื่อมต่อกับข้อมูลของรัฐบาลจากมาตรการชิมช็อปใช้ เพื่อพิจารณามาตรการอื่นๆเพิ่มเติม


สำหรับมาตรการใหม่สินเชื่ออสังหาฯ ที่จะออกมา “นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวมี 3 มาตรการใหม่ จัดเป็นแพคเกจวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ดังต่อไปนี้


มาตรการแรก เตรียมวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการสินเชื่อบ้านสานรัก สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ผู้กู้ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นบาท จะให้วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท จะปรับอัตราดอกเบี้ยกู้ลดลงในส่วนของ 5 ปีแรก เฉลี่ยปีละ 3.5% จากเดิมเฉลี่ยสูงกว่า 4%


ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4 % ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 5 % ต่อปี ส่วนเดือนที่ 37-42 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 43 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี


ส่วนกลุ่มโครงการสินเชื่อดรีมโฮม วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท สำหรับบ้านราคาเกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.73% จากเดิม 4.2% ในระยะ 5 ปีแรก


ทั้งนี้รายละเอียดโครงการนี้ อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ 3.25% ต่อปี ปีที่ 4-5 อัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี(ปัจจุบันเท่ากับ 4.50% ต่อปี) เดือนที่ 61-66 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 67 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี


กลุ่มสุดท้าย เป็นข้าราชการที่เข้ากระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ และมีการค้างชำระตั้งแต่ 61 วันขึ้นไป จะได้รับการลดภาระ โดยให้ใช้อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี ในระหว่างการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ระยะเวลา 6 เดือน และผ่อนค่างวดเหลือ 50%ต่อเงินงวดเดิม โดยจะนำมาหักเงินต้น ซึ่งกลุ่มข้าราชการที่ปรับโครงสร้างหนีมีจำนวน 1 หมื่นราย ยอดหนี้รวม 8.3 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้เดือนมี.ค.2563 ทั้งนี้จะนำเข้าครม.พิจารณาก่อน


นอกจากนี้ ธอส เตรียมวงเงินอีก 5 หมื่นล้านบาท รองรับการปล่อยสินเชื่ออัจรสดอกเบี้ยต่ำสำหรับปล่อยกู้ให้แก่ประชาชนทุกระดับรายได้โดยจะพิจารณาวงเงินการให้สินเชื่อ ตามความสามารถในการชำระหนี้โดยไม่มีเพดานวงเงินให้สินเชื่อต่อราย  

โดยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในส่วนนี้ ได้แหล่งเงินทุนมาจากการออกสลาก ธอส. ที่จะจำหน่ายหน่วยละ 50,000 บาท จำนวนสลากรวมทั้งโครงการ 1 ล้านหน่วย ออกรางวัลทุกเดือน โดยจะมีต้นทุนทางการเงินราว2.7%


ทั้งนี้ สลากดังกล่าวจะ มีจำนวนรางวัลเดือนละ 100 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท และมีรางวัลพิเศษทุกไตรมาส มูลค่ารวมไตรมาสละ 10 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเปิดจำหน่ายในเดือน ก.พ. 2563 โดยธนาคารจะนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ รุ่นที่ 3 ไปจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 50,000 ล้านบาท


สำหรับความคืบหน้ามาตรการเก่าที่ออกมาตามนโยบายรัฐบาลนั้น “นายฉัตรชัย” กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 23 ม.ค. 2563 มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธอส.อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-3 คงที่ 2.50% ต่อปี ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท นั้น มีผู้ยื่นกู้แล้วจำนวน 11,425 บัญชี รวมวงเงินขอสินเชื่อ 21,947 ล้านบาท ธอส. ได้อนุมัติแล้ว 9,460 บัญชี วงเงินอนุมัติ 17,605 ล้านบาท


“ส่วนโครงการบ้านล้านหลัง” อัตราดอกเบี้ย คงที่ 3% นานสูงสุด 5 ปีแรก ให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท มีผู้ยื่นกู้แล้ว 22,442 บัญชี วงเงินขอกู้ 16,506 ล้านบาท และอนุมัติแล้ว 21,227 บัญชี วงเงินอนุมัติ 15,086 ล้านบาท


สำหรับโครงการบ้านดีมีดาวน์ซึ่งภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ จำนวน 50,000 บาทต่อราย แก่ประชาชน 100,000 รายแรก ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข โดยเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปี 2561 ไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี พบว่า ณ วันที่ 22ม.ค) 2563 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 90,507 ราย แต่เป็นผู้ที่ผ่านคุณสมบัติราว 50,506 ราย และมีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจนมีการโอนเงินที่รัฐสนับสนุนแล้วจำนวน 5,659 ราย


สำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ของธอส. ในปีนี้อยู่ที่ 209,000 ล้านบาท หลังจากสิ้นปี 2562 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 215,301 ล้านบาท ทำให้มียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,209,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.37% และมีกำไรสุทธิจำนวน 13,352 ล้านบาท


ขณะนี้รัฐจัดใหญ่ให้แล้ว ใครที่ต้องการดอกเบี้ยกู้บ้านถูก หรือใครที่ได้สิทธิ โดยเฉพาะข้าราชการที่ปรับโครงสร้างหนี้ ชั่วโมงนี้โอกาสทองมาแล้ว เพราะช่วยลดภาระจ่ายก้อนใหญ่ไม่น้อย ซึ่งรัฐหวังว่า เมื่อมีภาระหนี้ส่วนนี้ลดลง น่าจะทำให้มีเงินเหลือติดกระเป๋าไว้ใช้จ่ายดันภาคบริโภคฟื้นตัว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปต่อ


มาครการชุดใหญ่ไฟกระพริบแบบนี้ จะปลุกตลาดสินเชื่ออสังหาฯในวงการแบงก์พาณิชย์ กล้าพอจะบุกตามหรือไม่ คงต้องติดตามดูสถานการณ์ ท่ามกลางนโยบายของแบงก์พาณิชย์หลายแห่งประกาศเพิ่มความระมัดระวังการปล่อยสินเขื่อโดยเฉพาะสินเชื่อบ้าน เนื่องจากตัวเลขหนี้เสียของสินเชื่อบ้านพุ่งขึ้นสูงสุด 3.7%ของสินเชื่ออสังหาฯรวม

Share:

Related Stories