“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ส่ง 2 กองทุนใหม่ในกลุ่ม ‘Income Plus Series’ เพิ่มเติม ‘SCBDPLUS–SCBSPLUS’

 

“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ปลื้มกองทุนกลุ่ม ‘Income Plus Series’ กระแสตอบรับดี เตรียมส่งเพิ่มเติมอีก 2 กอง ‘SCBDPLUS–SCBSPLUS’ ขาย 28 ม.ค.-3 ก.พ. 20 นี้ ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ ‘Multi-Asset Income’ เน้นโอกาสสร้างรายได้ระหว่างทาง ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน

 

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ความผันผวนของสภาพตลาดทั่วโลกที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าการจำกัดการลงทุนภายใต้สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง หรือการยึดติดกับกลยุทธ์การลงทุนแบบเดิมไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นการเลือกลงทุนโดยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi Asset)  มีโอกาสสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งเพียงสินทรัพย์เดียวหรือลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่ง อีกทั้งการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดสูง เข่น อสังหาริมทรัพย์ ยังช่วยสร้างกระแสเงินรับสม่ำเสมอระหว่างทางการลงทุนให้แก่พอร์ตลงทุนอีกด้วย 

 

ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย

 

“กองทุนประเภท ‘Multi-asset income’ เป็นกองทุนที่สามารถทยอยลงทุนได้ในทุกช่วงสภาวะของตลาด และเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง และต้องการรายได้ระหว่างทางจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ”

 

นายณรงค์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า บริษัทประสบความสำเร็จจากการนำเสนอกองทุน ‘Income Plus Series’ ที่สามารถตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนที่ต้องการเป็นรายได้ระหว่างทางจากการลงทุน คือ ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ มัลติ อินคัมพลัส (SCBMPLUS)’ และ ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ อินคัมพลัส (SCBPLUS)’ ที่มีนโยบายผสมสินทรัพย์ที่หลากหลาย เน้นบริหารเพื่อสร้างรายได้ระหว่างทางและมีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนปัจจุบันทั้ง 2 กองทุนมีมูลค่ารวมกว่า 81,590 ล้านบาท (ที่มา : www.scbam.com ข้อมูลณ วันที่ 20 ม.ค.20)  

 

ล่าสุดบริษัทได้นำเสนอกองทุนในซีรีส์เดียวกัน อีก 2 กองทุน ได้แก่ ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Diversified Income Plus (SCBDPLUS)’ ที่ขายได้ทุกวันทำการ และ ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Smart Income Plus (SCBSPLUS)’ ที่ขายได้ทุก 6 เดือน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์นักลงทุนที่มีความต้องการด้านสภาพคล่องแตกต่างกันได้อย่างครบถ้วน โดยมีมูลค่าโครงการกองทุนละ 20,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 28 ม.ค. – 3 ก.พ. 20 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท 

 

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 กองทุน เน้นลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารหนี้คุณภาพดี และกองทุนตราสารหนี้ชั้นนำ รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยเพิ่มกระแสเงินสดรับให้กับกองทุน เน้นบริหารกองทุนแบบยืดหยุ่นและมีการคัดกรองหลักทรัพย์คุณภาพเพื่อสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างไม่มีข้อจำกัดและมีเสถียรภาพในระยะยาว อีกทั้งยังมีการบริหารความเสี่ยงควบคุมความผันผวนให้อยู่ในระดับต่ำ

 

“ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ และไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้”

Tags:
Share: