ทำไม ZEN ถึงเปิดแบรนด์ร้านอาหารใหม่

Highlight

  • เซ็นฯ เปิดร้านอาหาร Din’s อาหารจีนจานด่วน
  • เป็นแบรนด์ที่ 14 ของกลุ่ม หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดแบรนด์เขียง
  • ตั้งเป้าขยายสาขาอีก 240 สาขา ดันรายได้โต 10%
  • เป้าหมายรายได้ปี 2566 แตะ 10,000 ล้านบาท
  • ผลกระทบไวรัสโคโรน่า – ภาวะเศรษฐกิจจำกัด

 

 

“ถ้าแบรนด์มันใช่ กำลังซื้อไม่มีผลเท่าไหร่” บุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN กล่าวในงานเปิดตัวร้านอาหาร Din’s อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา 

 

Din’s เป็นแบรนด์ร้านอาหารจีนจานด่วน สไตล์ Neo Taiwanese ที่โด่งดังในญี่ปุ่น จากเมนู “เสี่ยวหลงเปาติดปีก” ที่ทางร้านพัฒนาขึ้นจากเมนูยอดฮิต ‘เกี๊ยวซ่าญี่ปุ่น’ แต่ปรับสูตรใหม่โดยใช้สไตล์ไต้หวันเข้ามาจับ โดยการขยายแบรนด์ Din’s ออกนอกประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ นับว่าเป็นการขยายแบรนด์ร้านอาหารในต่างประเทศครั้งแรกโดยมี Zen เป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์

 

14 แบรนด์ร้านอาหาร

 

ซึ่งในพอร์ตฟอลิโอของ Zen เอง เดิมมีแบรนด์ร้านอาหารอยู่ 13 แบรนด์ ประกอบด้วย 1.Zen Restaurant 2.On the Table  3.MUSHA by Zen 4.AKA Japanese Restaurant 5.Foo Flavor 6.TETSU  7.Sushi Cyu 8.ตำมั่ว 9.ลาวญวน 10.แจ่วฮ้อน 11.เฝอ 12.De Tummour 13.เขียง เพราะฉะนั้น Din’s จะเข้ามาเป็นแบรนด์ที่ 14 ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท

 

ที่มา : https://www.zengroup.co.th/our-brand

 

สำหรับ Din’s เอง บุญยงให้สัมภาษณ์ว่า “เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากการเปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้ว ปรากฎว่ามีลูกค้าหลายรายที่กลับมาทานซ้ำ 3-4 ครั้ง หรือยอมมารอต่อคิวที่หน้าร้าน โดยยอดขายสาขาสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นสาขาแรกนั้น ทำรายได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน โดยเฉพาะจากเมนูเสี่ยวหลงเปา และเมนูอื่นๆ ที่ปรับให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น”

 

ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ ไม่กระทบ ZEN

 

ส่วนในเรื่องความเสี่ยงของธุรกิจ สำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนา ผู้บริหาร Zen ประเมินว่ามีผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น และได้รับผลกระทบไม่มากนัก เฉพาะในพื้นที่นักเที่ยว เช่น ภูเก็ต ซึ่งอาจจะทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ตกลงไปบ้าง แต่โดยรวมยังไปได้ เนื่องจากลูกค้าหลักของ Zen ยังเป็นคนไทย

 

นอกจากนี้สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริหารก็กล่าวย้ำแบบที่เคยให้สัมภาษณ์มาตลอดว่า เป้าหมายลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ หากจับตลาดถูกก็ไม่มีอะไรน่าห่วง สำหรับลูกค้าของ Zen เอง เป็นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางที่มีกำลังซื้อ เพราะฉะนั้นในภาวะที่เศรษฐกิจมีปัญหา แต่ Zen กลับตรงกันข้าม เพราะถ้าแบรนด์มันใช่ กำลังซื้อก็ไม่มีผลเท่าไหร่

 

นายบุญยงกล่าวว่า ภายหลังเปิดให้บริการ Din’s สาขาแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้วางเป้าหมายขยายสาขาต่อเนื่อง โดยภายใน 3 ปี ตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท จากการเปิดร้าน Din’s รวม 30 สาขา ในทำเลศูนย์การค้าย่านใจกลางเมืองและชุมชน

 

 

“เรามองว่าดินส์เป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกระดับ จึงมีแผนขยายสาขาต่อเนื่อง ภายในช่วง 3 ปีนับจากนี้ และมีแผนเตรียมความพร้อมด้านทีมงาน เพื่อขยายสาขาด้วยโมเดลแฟรนไชส์ในอนาคต คาดว่าจะได้รับความสนใจที่ดีจากผู้ที่ต้องการลงทุนเปิดร้านอาหาร” นายบุญยงกล่าว

 

ผลิตเสี่ยวหลงเปาสี่แสนลูก!!

 

น.ส.สุจันท์ภา พลางกูร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มแบรนด์ปิ้งย่างและคาเฟ่ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN กล่าวว่า Din’s เป็นร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในประเทศญี่ปุ่น โดยมีจุดเด่นด้านรสชาติและราคาที่ย่อมเยา ปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการกว่า 10 สาขาในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตัดสินใจซื้อสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์กับทางดินส์ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และยังได้รับสิทธิ์เปิดสาขาในกลุ่มประเทศ CLMV หรือ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาและเวียดนาม ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการเติบโตของแบรนด์ดินส์ในอนาคต

 

“สำหรับร้าน Din’s ในไทยเอง บริษัทดึง Key Element ไม่ว่าจะเป็นการนำรูปเสี่ยวหลงเปามาตกแต่งผนังร้าน เช่นเดียวกับสาขาที่ญี่ปุ่น การตกแต่งร้านโทนสีฟ้า เพราะ Din’s ในญี่ปุ่นเองจะแบ่งเชนออกเป็นหลายสี เช่น สีส้ม สีแดง เราเลือก Din’s สีฟ้า ซึ่งเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นเมนูร้านอาหารจึงเหมาะกับคนทุกวัย นอกจากนี้การตกแต่งร้านก็เป็นสไตล์จีนทันสมัย ส่วนเมนูก็ปรับรสชาติและเพิ่มเมนูอาหารให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น เช่น ราเมนต้มยำ” น.ส.สุจันท์ภากล่าว

 

สำหรับเมนูฮิตอย่างเสี่ยวหลงเปา เมื่อได้รับผลตอบรับดี หลังจากทดลองเปิดเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา คาดว่ากำลังการผลิตเสี่ยงหลงเปาจะอยู่ที่ 400,000 ลูก จากเดิม 100,000 ลูก

 

เป้าหมายของ ZEN ปีนี้

 

สำหรับในประเด็นแผนธุรกิจ บุญยงกล่าวว่า ในปี 2563 เราไม่เน้นการเปิดแบรนด์ใหม่ๆ แต่จะเน้นโมเดลการขยายสาขา โดยเฉพาะในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งที่ผ่านมา ZEN ประสบความสำเร็จจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าขยายสาขาร้านอาหารรวม 240 สาขา (ใน 14 แบรนด์) แบ่งเป็น รูปแบบแฟรนไชส์ 200 สาขา และทำเองอีก 40 สาขา และตั้งเป้ารายได้ 2563 เติบโต 10% และประเมินว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท

 

เพราะฉะนั้นความน่าสนใจ ทั้งในแง่ของการจับกลุ่มลูกค้าที่ใช่ บวกกับการขยายสาขาแบบแฟรนไชส์ที่ช่วยลดต้นทุนการสร้างสาขาใหม่ ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่น่าหนักใจในธุรกิจร้านอาหาร น่าจะทำให้ ZEN ถึงเป้าหมายหมื่นล้านได้ไม่ยาก ตามที่บริษัทวางเป้าหมายว่า

 

  • เป้าหมายรายได้ปี 2566 เติบโตแตะ 10,000 ล้านบาท
  • ภายใน 5 ปี (2562-2566) จะขยายแบรนด์ร้านอาหารเพิ่มเป็น 1,300 สาขา
  • คาดว่าประมาณ 1,000 สาขา จะเป็นแบรนด์เขียง จากมูลค่าตลาด Street Food ที่ประมาณ7 แสนล้านบาท
  • ส่วนอีก 300 สาขา จะเป็นแบรนด์อื่นๆ

 

Performance หุ้น ZEN

 

ส่วนในด้านราคาหุ้น  Wealthy Thai รวบรวมสถิติราคาหุ้นย้อนหลังในช่วง 1 ปี (28 มกราคม 2562-27 มกราคม 2563) ราคาหุ้น ZEN ติดลบ 7.69%

 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมาย 22.60 บาท (มีอัพไซต์ประมาณ 59.2%) เนื่องจากมองว่า “เขียง” จะสร้างรายได้เต็มปี และขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้นในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยมีฐานเป็นสาขาในศูนย์อาหารของ Tesco Lotus นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มราคาแรกเข้าแฟรนไชส์ขึ้น 50% เป็น 600,000 บาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ 82% ในปีแรก ส่วนที่เหลือรับรู้อีก 5 ปี ทำให้การโอนสาขาจำนวนมากในปี 2563 จะเป็นบวกต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

 

ส่วนด้านผลประกอบการ ประเมินรายได้ปี 2562 ที่ 3,391 ล้านบาท กำไรสุทธิ 131 ล้านบาท ปี 2563 คาดรายได้ 4,086 ล้านบาท กำไรสุทธิ 236 ล้านบาท และปี 2564 คาดมีรายได้ 4,514 ล้านบาท  กำไรสุทธิ 285 ล้านบาท

 

Tags:
Share: