การกลับมา ‘ที่ยิ่งใหญ่’...ของ “บลจ.ลูกประกัน”

หนึ่งในความจริงอันเจ็บปวดในการทำธุรกิจการเงินในไทยนั่นคือ “โอกาส” ทางธุรกิจ กับการ ‘เข้าถึง’ โอกาสนั้น “ไม่ง่าย”!!!


หลายๆ ตัวเลขที่ประสบความสำเร็จใน ‘ต่างประเทศ’ ก็มา ‘ตายน้ำตื้น’ ท่ามกลางโอกาสที่มีอยู่มากมายเหล่านั้น


โดยเฉพาะโพรดักต์การลงทุนอย่าง ‘กอง ETF’ หรือ ‘ตลาดอนุพันธ์’ ก็ตาม โด่งดังในต่างประเทศ กับโอกาสมหาศาลทางธุรกิจในไทย แต่ก็ ‘ไม่เกิด’


แม้แต่ในธุรกิจ ‘กองทุน’ ที่เกิดมาเพื่อผู้ลงทุนรายย่อยโดยเฉพาะ แต่สำหรับการบุกทำตลาดในตลาดแบบ ‘ไทยไทย’ ก็ไม่ง่ายเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม Prudential” กลุ่มประกันดีกรีระดับโลกที่ชื่อคุ้นหูคนไทย อาจจะตีโจทย์แตกก็เป็นได้ เพราะใช้เวลาแบบเป็นทางการจาก ‘0’ ถึงตอนนี้กำลังจะก้าวสู่ “บลจ. Top5” เรียบร้อยแล้ว


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

ทำความ ‘รู้จัก’ สารพัดสายของ... “บลจ.”

สำหรับ “อุตสาหกรรมกองทุน” ของไทยเองนั้น ต้องยอมรับว่ามีโอกาสเติบโตอีกมากในอนาคต สิ้นปี19 มีสินทรัพย์สุทธิกว่า 7.69 ล้านล้านบาท เทียบกับขนาดเงินฝากกว่า 12 ล้านล้านบาท ก็โตได้อีกมากทีเดียว โดยปัจจุบันนั้นส่วนแบ่งการตลาดกว่า 95.80% อยู่ในมือ 11 ‘บลจ.ลูกแบงก์’ และ 1 ‘บลจ.ลูกโบรก’ ได้แก่ “บลจ.วรรณ” เป็นหนึ่งเดียวที่เบียดขึ้นมาอยู่ในทำเนียบได้ และทั้ง 12 บลจ.นี้ ล้วนเป็นบลจ.ที่มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) เกิน ‘1 แสนล้านบาท’ ทั้งสิ้น


“เค้กในอุตสาหกรรมกองทุนส่วนที่เหลืออีก 4.2% นั้น เป็นของบลจ.ที่เหลืออีก 12 บลจ. แต่บลจ.ทั้งในและต่างประเทศต่างก็สนใจ ‘เค้ก’ ก้อนนี้ เพราะเป็นตลาดที่มีแต่โต...โต...และโตมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร จึงไม่น่าแปลกใจว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มี ‘ผู้เล่นใหม่’ กระโดดเข้ามา หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปมาตลอดเส้นทางการเติบโตของธุรกิจกองทุนนี้”

 

 

“บลจ.ลูกแบงก์” ถือเป็นเจ้าตลาดกองทุนมาอย่างยาวนาน ถือเป็นหนึ่งในแขนขาของ ‘แบงก์แม่’ ในการทำธุรกิจในภาพรวม แต่ปัจจุบันหลายแบงก์เริ่มศึกษาถึงการขายบลจ.ลูก แล้วหันมาทำตัวเป็นตัวแทนขายกองทุนให้กับบลจ.ต่างๆ แทน ‘กินค่าธรรมเนียม’ ได้ไม่ต่างกัน บางแห่งก็ขายแล้ว บางแห่งแค่ศึกษา บางแห่งประกาศกร้าวถ้าขายแล้วดีกว่ามีเอง... ‘ก็พร้อมขาย’ เช่นกัน


ในขณะที่ “บลจ.ลูกโบรก” ก็เกิดขึ้นและยืนอยู่ได้ถึงปัจจุบัน แนวคิดก็ไม่ต่างกับบลจ.ลูกแบงก์ มาสนับสนุนธุรกิจโบรกแม่ มีไว้บริการลูกค้าโบรกแบบครบวงจร ไม่ต้องไปไหน แต่ในแง่การเติบโตดูไม่ได้เน้นเท่าไรนักในช่วงที่ผ่านมา บลจ.กลุ่มนี้จึงมักเป็นบลจ.ขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่


“บลจ.อิสระ” มีเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงหลัง ไม่ได้เป็นลูกใคร ถือเป็น ‘ทางเลือก’ ให้กับนักลงทุนที่ต้องการความแตกต่าง ปัจจุบันได้แก่ “บลจ.ทาลิส”


“บลจ.ต่างชาติ” ถือเป็นกลุ่มที่ทุนหนา กระบวการลงทุนมาตรฐานโลก เทคโนโลยีระดับสากล เครือข่าย World Wide เป็น ‘จุดแข็ง’ ที่บลจ.ต่างชาตินำมาใช้บุกตลาดในไทย ทั้งหมดเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่มีทั้งกลุ่มที่เป็น ‘ลูกแบงก์’, ‘สถาบันการเงิน’ และ ‘ประกัน’ ที่มีธุรกิจกองทุนด้วยเช่นกัน

 

 

จาก 0...สู่บลจ. “Top 5” ในอุตสาหกรรมกองทุน

“แต่ที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมกองทุนของไทย ‘บลจ.ลูกประกัน’ ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจนี้เท่าไรนัก แม้ชื่อชั้นจะระดับ Inter ก็ตาม ต้องบ๊าย...บาย อำลาวงการไปเป็นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ ‘บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย)’ ที่ขาย ‘บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)’ หรือล่าสุดทาง ‘บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย)’ ก็ยอมยกธงขาวขายธุรกิจให้ ‘บมจ.คิง ไว กรุ๊ป (KWG)’  ของกลุ่มทุน ‘ฮ่องกง’ ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ดำเนินด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีที่ดินในมือกว่า 5,000 ไร่ และยังมีธุรกิจประกันภัย ‘บมจ.คิง ไว ประกันภัย’ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจด้วย แม้จะเป็นดีลเล็กแต่เชื่อว่าจะอยู่ในสายตาของผู้ร่วมธุรกิจกองทุนอย่างแน่นอน”


ในปี2019 ที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะท้านสะเทือนวงการกองทุนสุด คงเป็นการเข้ามารุกธุรกิจกองทุนอย่างเต็มรูปแบบ ‘จัดหนัก-จัดเต็ม’ ทุ่มทุนสร้างที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมกองทุนเลยทีเดียว ไม่ต้องเสียเวลาทำนายทายทัก นั่นคือ การเข้ามาของ ‘บจ.พรูเด็นเซียล คอร์ปอเรชั่น โฮลดิ้งส์ (Prudential)’ ยักษ์ใหญ่วงการประกันระดับโลก ที่เข้าซื้อ “บลจ.ทหารไทย” เบื้องต้นถือหุ้นในสัดส่วน 65% พร้อมออพชั่นซื้อเต็ม 100% ในอีก 3 ปี


“นี่ถือเป็นการ ‘เสกคาถา’ ให้กำเนิดบลจ.ลูกประกันที่เปรี้ยงสุดในยุคนี้ จากศูนย์ขยับสู่ ‘บลจ.อันดับ 6’ ของอุตสาหกรรมทันที มาแรง...แซงทุกโค้งเลยทีเดียว เล่นเอา ‘บลจ.ลูกแบงก์’ หนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน”


ยังไม่จบเพียงแค่นั้น ‘Prudential’ ยัง ‘ร่ายเวทย์’ เข้าซื้อ “บลจ.ธนชาต” อีกแห่ง โดยเข้าไปถือหุ้น 50.1% พร้อมออพชั่นที่ ‘ธนาคารธนชาต’ จะขายหุ้นส่วนที่เหลือให้ภายใน 5 ปี เช่นเดียวกัน


“ผลักดันให้ ‘Prudential’ มี ‘บลจ.Top 5’ เบียด ‘บลจ.กรุงศรี’ หลุดทำเนียบอันดับ 5 ในอุตสาหกรรมกองทุนไปในทันที และถือเป็น ‘บลจ.ลูกประกัน’ ที่มีขนาดใหญ่สุดในอุตสาหกรรมในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยทีเดียว และยังกลายเป็น ‘บลจ.ต่างชาติ’ ที่ใหญ่สุดในอุตสาหกรรม แซงหน้า ‘บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย)’ ขึ้นมาอีกด้วย”


“ความยิ่งใหญ่”...ว่าสร้างยากแล้ว ‘การรักษาความยิ่งใหญ่’ เอาไว้...ยิ่งยากกว่า นี่จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญด้วยโมเดลการรุกธุรกิจระดับพ่อมดขั้นเทพของ ‘Prudential’ ในครั้งนี้ ว่าจะ ‘ยั่งยืน’ และสามารถเติบใหญ่ ‘ยืนหนึ่ง’ ท้าชนทุกบลจ. เขียนประวัติศาตร์หน้าใหม่ให้ ‘บลจ.ลูกประกัน’ ได้หรือไม่เท่านั้นเอง


ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)หรือ TMB แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า จากที่ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2562 ธนาคารธนชาต และ ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 75 % และ 25 % ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ธนชาต จำกัด ตามลำดับ ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้น บลจ.ธนชาตกับ บริษัทพรูเด็นเซียล คอร์ปอเรชั่น โฮลดิ้งส์ จำกัด (Prudential) คาดมูลค่าซื้อขายหุ้นบลจ.ธนชาตทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 8,400 ล้านบาท นั้น


ภายใต้สัญญาดังกล่าว ในส่วนแรก ธนาคารธนชาต ตกลงที่จะขายหุ้นใน บลจ.ธนชาตให้ Prudential คิดเป็น 25.1 % จากสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดที่ 75 % และ ธนาคารออมสินตกลงที่จะขายหุ้นทั้งหมด 25 % ในบลจ.ธนชาต ให้แก่Prudential ซึ่งธุรกรรมการซื้อขายดังกล่าวได้ทำเสร็จแล้วในวันที่ 27 ธ.ค. 2562


จากนี้คู่สัญญาตกลงกันว่า ภายในปี 2564 จะมีการควบรวมกิจการระหว่าง บลจ.ธนชาตและบลจ.ทหารไทย ซึ่งทางPrudential ถือหุ้นสัดส่วน 65 % และ ธนาคารทหารไทยถือหุ้น 35 % และเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2562 ธนาคารธนชาตและPrudential ได้เข้าทำสัญญา ระหว่างผู้ถือหุ้นภายใต้สัญญาดังกล่าว ธนาคารธนชาต มีสิทธิที่จะเลือกในการขายหุ้นส่วนที่ยังเหลือถือทั้งหมดใน บลจ.ธนชาตในสัดส่วน 49.9 % ให้แก่ Prudential ในอนาคตตามข้อตกลงที่ได้กำหนดไว้ภายใต้สัญญาดังกล่ว โดยจะมีการขายหุ้นที่เหลือดังกล่าวภายใน 5 ปี ข้างหน้า

 

Share: