8 บริษัทประกันภัย ตั้งกองกลางรับประกันภัยแท็กซี่คิดเบี้ย 1.2 หมื่น เกิดเหตุคุ้มครองผู้โดยสารสูงสุด 5 แสน

การเดินทางบนท้องถนนมีความเสี่ยงที่อาจจะอุบัติเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลของเราเอง หรือด้วยรถสาธารณะ หากเดินทางด้วยรถยนต์ของเราเอง สามารถขับขี่อย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยสุดวิสัย ก็มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับการคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ที่เราทำไว้

 

แต่หากเดินทางรถสาธารณะอย่างแท็กซี่ล่ะ แท็กซี่จะมีการทำประกันภัยไว้หรือไม่ และเราจะได้รับความคุ้มครองหรือเปล่า

 

ตามข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่า นอกจากการทำประกกันภัยภาคบังคับ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มักเรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ. หรือจะได้ยินว่า การต่อพ.ร.บ.แล้วนั้น รถสาธารณะ ซึ่งรวมแท็กซี่ด้วยต้องทำประกันภัยภาคสมัครใจเพิ่มเติม

 

แต่ด้วยความที่รถแท็กต้องวิ่งรับส่งผู้โดยสารตลอดเวลา มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติได้ทุกเมื่อ และอัตราการเกิดอุบัติเหตุก็อยู่สูงระดับหนึ่ง ทำให้มีการเรียกร้องค่าทดแทนสินไหมสูงถึง 92% สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 3 เท่าส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยขาดทุนจากการรับประกันภัยรถแท็กซี่ ประกอบกับเบี้ยประกันที่บริษัทประกันภัยใช้ไม่สอดคล้องต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้น จึงทำให้บริษัทประกันภัยหลีกเลี่ยงที่จะรับประกันภัยรถแท็กซี่

 

ร้อนมาถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดย “สุทธิพล ทวีชัยการ” เลขาการ คปภ. บอกว่าคปภ.ได้รับร้องเรียนประเด็นปัยหาการรับประกันภัยรถแท็กซี่ ระหว่างธุรกิจประกันภัยและผู้ประกอบการสหกรณ์แท็กซี่ เนื่องจากบริษัทประกันภับปฏิเสธการรับประกันและยกเลิกกรมธรรม์ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาพลักษณ์โดยรวมของธุรกิจประกันภัย



คปภ.ได้มีการหารือร่วมกับ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กลุ่มเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในกรุงเทพฯ เพื่อกำหนดทิศทางการรับประกันภัยให้มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน ภายใต้เบี้ยประกันที่เหมาะสม ล่าสุดได้จัดทำโครงการประกันภัยแท็กซี่ขึ้น และมีการตัดตั้งกองกลาง (Pool)

 

“อานนท์ หวังวสุ” นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมี 8 บริษัทเข้าร่วม ได้แก่ 1.บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ 8.บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ  จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะเป็นผู้บริหารกองกลาง ทำให้บริษัทประกันภัยสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและมีข้อมูลในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันที่เหมาะสม ซึ่งมีโอกาสที่เบี้ยประกันจะลดลงได้ในอนาคต และคาดว่าจะลดปัญหาหรือผลกระทบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

สำหรับกรมธรรม์ที่ออกแบบมา จะเริ่มให้คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทที่ 3 เพื่อรับประกันภัยแท็กซี่ อัตราเบี้ยประกันราคาเดียวกันที่ 12,500 บาทต่อคัน โดยเงื่อนไขคุ้มครอง จะคุ้มครองความรับผิดบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อชีวิตร่างกายหรืออนามัย 500,000 บาทต่อคน (เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ.) ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกสูงสุด 400,000 บาทต่อครั้ง ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้าย ไม่เกินคนละ 50,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลไม่เกินคนละ 50,000 บาท สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 5 คน รวมทั้งการประกันตัวผู้ขับขี่ 500,000 บาทต่อครั้ง

 

“ในปี 2561 พบว่า มีจำนวนรถแท็กซี่จดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกรวม 83,960 คัน แต่มีประกันรถเพียง 63,536 คัน คิดเป็น 75% ของรถจดทะเบียน  สำหรับกรมธรรม์ที่ออกมาใหม่นี้คาดว่าจะได้รับความสนใจจากสหกรณ์แท็กซี่ หรือผู้ประกอบการมากขึ้น อย่างกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กว่า 4 หมื่นคัน” อานนท์ กล่าว

Share: