ช่วย “คนไทย” ทุกคน...มีโอกาสการลงทุนที่ ‘เท่าเทียม’

คุณคิดว่าเงิน “1 บาท วันนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง? 


ถ้าย้อนไปในอดีตสัก 40 ปีก่อน เงิน 1 บาท ยังซื้อลูกอมได้ 3 เม็ด ไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ย? แต่ยิ่งกาลเวลาผ่านไปกลายเป็นได้แค่ความทรงจำแล้วล่ะ


แต่คุณทราบหรือไม่ว่า...แท้จริงแล้วเงิน “1 บาทของคุณในวันนี้ ก็สามารถลงทุนใน กองทุน ได้ ทั้ง กองหุ้น และ ตราสารหนี้


นี่เป็นผลมาจาก เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ที่ทำให้ “1 บาท ของนักลงทุนกลับมา ‘มีค่า’ อีกครั้ง


วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

 

 

ลุยตลาดหุ้นไทยง่ายๆ สบายๆ...ด้วยเงิน “1 บาท

เทคโนโลยี ไมเพียง Disrupt ธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทันให้ล้มหายตายจากเท่านั้น ยังมีประโยชน์ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น จริงๆ การลงทุน “1 บาท ในกองทุนรวมนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ และมาพร้อมกับบลจ.ที่มีเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ นั่นคือ บลจ.ทหารไทย โดยเฉพาะ กองหุ้น ซึ่งมีสไตล์การบริหารแบบ Passive Fund ที่มีต้นทุนไม่สูงนัก 


“สำหรับกองทุนที่คุณสามารถลงทุนได้ด้วยเงินเพียง “1 บาทนั้น จริงๆ ยังมีอยู่อีกหลายบลจ. โดยคุณสามารถสังเกตุได้จากการกำหนดขั้นต่ำของการ ซื้อครั้งแรก 1 บาท และในการ ซื้อครั้งถัดไป 1 บาท นั่นเอง ถือเป็นโมเดลแรกๆ ในธุรกิจกองทุนเลยทีเดียว”


แต่ยุคเริ่มต้นในอดีตอาจไม่ค่อยเตะตาเท่าไรนักเพราะต้องเปิดบัญชีกองทุนก่อนที่บลจ.’ บ้าง ที่ สาขาแบงก์ บ้าง ที่ ตัวแทนขาย บ้าง และในการเปิดบัญชีก็มักต้องเปิดพร้อมกับการซื้อกองทุนด้วยเช่นกัน คงไม่มีใครเปิดบัญชีกองทุนด้วยการซื้อกองทุน “1 บาท แน่นอน แต่ถ้าเปิดแล้วเข้าสู่ระบบการใช้งานผ่าน ‘Internet’ ทีนี่สบายเลย โดยเฉพาะกองทุนใดที่มีระบุขั้นต่ำไว้แบบนี้ ก็สั่งซื้อกันได้เลย ง่ายๆ 


“ที่สำคัญปัจจุบันสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่นได้แล้ว สำหรับบลจ.บางแห่ง ตรงนี้ก็ยิ่งสะดวกง่ายดายเข้าไปใหญ่เลยทีเดียว เปิดปุ๊บ ก็พร้อมลงทุนได้ทันที ไม่ต้องเขินอายอีกต่อไป”


การซื้อขั้นต่ำ จะมีการระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของกองทุนทุกกอง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขั้นต่ำหลักร้อย-หลักพันในส่วนบลจ.ต่างชาติบางแห่งเป็น หลักหมื่นก็มี ทั้งนี้เพราะการทำธุรกรรมต่างๆ ของบลจ.เองก็มีต้นทุนๆ หากกำหนดขั้นต่ำไว้ไม่คุ้มกับต้นทุนในการดำเนินการก็ลำบากบลจ.เช่นเดียวกัน ในทางตรงข้ามก็เป็นเสมือน กำแพง ที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงได้ยากเช่นกันหากการซื้อขั้นต่ำถูกกำหนดไว้สูงไป

 

 

อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มาเร็วกว่าใจไกลเกินฝันรวมถึงบลจ.” เองที่เห็นความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนใน หุ้น ให้กับคนไทย ยักษ์ใหญ่ในวงการอีก 2 แห่ง ได้แก่ บลจ.ไทยพาณิชย์ และ บลจ.กสิกรไทย ก็เปิดโอกาสให้คนไทยได้ลงทุนใน กองหุ้นด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง “1 บาท เท่านั้น แต่ต้องลงทุนโดยผ่านช่องทาง อิเล็คโทรนิกส์เท่านั้น!!!


สำหรับบลจ.ไทยพาณิชย์ ส่ง กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เซ็ทอินเด็กซ์ ฟันด์ ประเภท e-class (SCBSETE)’ เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยใช้เงินเพียง “1 บาท ก็ได้ลงทุนในหุ้นไทยทั้งตลาด (ยิ่งกว่าได้ลูกอมฮออล์ 3 เม็ดอีก) โดยกองทุนจะลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนี SET ให้มากที่สุด


“ที่สำคัญเมื่อลงทุนในหน่วยลงทุนประเภท e-class นี้พิเศษกว่าตรงฟรีค่าธรรมเนียมสั่งซื้อและ ค่าธรรมเนียมการจัดการ นี่แหละ เปิดโอกาสให้คุณได้เรียนรู้การลงทุนใน หุ้นและสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองไปได้ยาวๆ เลย เพราะต้นทุนที่ถูกกว่าย่อมเป็นแต้มต่อให้กับผลตอบแทนในระยะยาวของคุณด้วยเช่นกัน”


ส่วนบลจ.กสิกรไทย ไม่น้อยหน้าส่ง กองทุนเปิดเค เซ็ท50 (K-SET50)’ ด้วยเงินแค่ “1 บาท ก็สามารถลงทุนในหุ้นใหญ่50 ตัวในดัชนี SET50 ได้แล้ว โดยกองทุนจะพยายามสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีSET50 ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง


ท้ายสุด อยากจะบอกว่า ยังมีอีกหลายหลายกองทุนที่ลงทุนขั้นต่ำด้วยเงินเพียง “1 บาทเท่านั้น ไม่ใช่เพียงกองหุ้นและไม่ใช่แค่เพียง 3 บลจ.ที่ยกมาเป็นตัวอย่างเท่านั้น ด้วยเทคโนโลยีที่มาไกลในวันนี้มีหลายกองทุนของหลายบลจ.ปรับลดการซื้อขั้นต่ำลงมาจนเหลือเพียงบาทเดียวแล้วเป็นจำนวนมาก ก็หวังว่าคนไทยทุกคนจะได้เข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเตี้ยติดดินโดยได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

 

 

Share: