QCON ในเครือเอสซีจี ได้ฉลากเบอร์ 5 นาน 3 ปีซ้อน

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชนผู้ผลิตคอนกรีตมวลเบา ภายใต้แบรนด์ Q-CON ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในเครือเอสซีจี ผู้นำนวัตกรรมคอนกรีตมวลเบาของไทย กว่า 25 ปี ขึ้นรับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงอย่างต่อเนื่อง ในพิธีมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงแก่ผู้ประกอบการ โครงการส่งเสริมเครื่องจักรอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานโดยการติดฉลากจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยในปีนี้นับเป็นปีที่ ที่ Q-CON ได้รับฉลากเบอร์ ประหยัดพลังงาน นับเป็นการการันตีในประสิทธิภาพของอิฐมวลเบา Q-CON อย่างแท้จริง

 


โดยในงานนี้ นายนิคม
 วงค์คำคูณ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท คิว-คอน อีสเทอร์น จำกัด และนายธัญญา อิสรั่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชนเป็นตัวแทนขึ้นรับมอบฉลากฯ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ผลิตคอนกรีตมวลเบาเพื่อจำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ   ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านการป้องกันความร้อนจึงทำให้ อิฐมวลเบา Q-CON ได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ ช่วยประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงครบทุกผลิตภัณฑ์ ทุกชั้นคุณภาพ คือชั้น G2 และ G4  ซึ่งหมายถึงอิฐ Q-CON ชั้นคุณภาพ G2 มีคุณสมบัติเป็นฉนวน สามารถกันความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคารได้อย่างดีเยี่ยม และชั้นคุณภาพ G4 ที่มีกำลังอัดสูง ทำให้มีความแข็งแรง รวมไปถึงการกันเสียง กันไฟ โดยอิฐมวลเบาของ Q-CON เป็นอิฐมวลเบาอบไอน้ำ (Autoclaved System) ผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศเยอรมัน และ Q-CON ยังเป็นผู้ผลิตอิฐมวลเบารายแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ทั้งชั้นคุณภาพ G2 และ G4 และได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ ติดต่อกัน ปีซ้อน ตั้งแต่ปี พ.. 2560-2562 ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C177-04 จากศูนย์วิจัยและปฏิบัติการทดสอบพลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

 

นายนิคม วงค์คำคูณ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท คิว-คอน อีสเทอร์น จำกัด และนายธัญญา อิสรั่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน ซึ่งเป็นตัวแทนขึ้นรับมอบฉลากฯ ยังกล่าวต่ออีกว่า การได้รับมอบฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงติดต่อกัน ปีซ้อนนั้น ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในประสิทธิภาพของอิฐมวลเบา Q-CON ว่าเป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับงานก่อผนัง ทั้งแข็งแรง ทนทาน ทนต่อความร้อน และสามารถกันความร้อนได้ ช่วยประหยัดพลังงาน และลดค่าไฟได้ดีกว่าวัสดุผนังประเภทอื่น ซึ่งเหมาะสมกับประเทศในเขตร้อนแบบประเทศไทย ประกอบกับต้นทุนค่าก่อฉาบ อิฐมวลเบาจะมีต้นทุนถูกกว่าวัสดุอื่นอีกด้วย

Tags:
Share: