CPNREIT เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XB25 ก.พ. นี้ เดินหน้าระดมทุนเข้าลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพ 7 แห่ง

กองทรัสต์ CPNREIT ดีเดย์ขึ้นเครื่องหมาย XB วันที่ 25 ก.พ.นี้ เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม ก่อนประกาศช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นและอัตราส่วนการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมให้ทราบต่อไป พร้อมเข้าลงทุนเพิ่มเติมในศูนย์การค้า 4 แห่ง พร้อมทั้งต่ออายุสัญญาเช่าทรัพย์สินเดิมอีก 1 แห่ง จากกลุ่ม บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา และลงทุนเพิ่มเติมในอาคารสำนักงาน 2 แห่ง โดยการรับโอนสิทธิการเช่าจากกองทรัสต์ GLANDRT มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 55,990 ล้านบาท ช่วยเพิ่มศักยภาพแก่กองทรัสต์ฯ ชูประมาณการผลตอบแทนนับจาก 1 เม.ย. 2563 – 31 มี.ค. 2564 หลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมทรัพย์สินทั้ง 2 กลุ่ม เพิ่มเป็นประมาณ 1.7703 บาทต่อหน่วย จากกรณีที่ไม่มีการเข้าลงทุนเพิ่มเติมซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 1.7059 บาทต่อหน่วย 


นางสาวพิรินี พริ้งศุลกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า หลังจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วยทรัสต์ ครั้งที่ 1/2562 ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท (CPNREIT) เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติเพิ่มทุนโดยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 770 ล้านหน่วย เพื่อนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม และเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ สำหรับการระดมทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียน ล่าสุด CPNREIT เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์จำนวน 6 แห่ง พร้อมทั้งต่ออายุสัญญาเช่าทรัพย์สินเดิมอีก 1 แห่ง มูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่เกิน 55,990 ล้านบาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรแสตมป์ ตลอดจนค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) โดยทรัพย์สินที่เข้าลงทุนเพิ่มเติม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย การลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มที่ 1 จาก บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) (CPN) และ/หรือบริษัทย่อยของ CPN จำนวน 4 แห่ง พร้อมทั้งต่ออายุสัญญาเช่าทรัพย์สินเดิมอีก 1 แห่ง มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 48,560 ล้านบาท ได้แก่


  1. โครงการเซ็นทรัลมารีนา (พัทยา) : ลงทุนในสิทธิการเช่า/เช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าในงานระบบ ระยะเวลาประมาณ 15 ปี (สิ้นสุด 30 เมษายน 2578) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมพื้นที่ที่จะเข้าลงทุนประมาณ 45,149 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 13,726 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 96.4%

  2. โครงการเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง : ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าในงานระบบ ระยะเวลาประมาณ 22 ปี (สิ้นสุด 16 ธันวาคม 2584) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมพื้นที่ที่จะเข้าลงทุนประมาณ 45,716 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 15,863 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 95.9%

  3. โครงการเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี : ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่าในงานระบบ ระยะเวลาประมาณ

    30 ปี (นับจากวันที่เริ่มระยะเวลาเช่า) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมพื้นที่ที่จะเข้าจะลงทุนประมาณ 87,004 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 26,294 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 95.5%

  4. โครงการเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี : ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่างานระบบ ระยะเวลาประมาณ 30 ปี (นับตั้งแต่เริ่มระยะเวลาเช่า) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมพื้นที่ที่จะเข้าลงทุนประมาณ 69,821 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 25,168 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 95.4%

  5. โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 (ช่วงต่ออายุ) : ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ สิทธิการเช่างานระบบ ระยะเวลาประมาณ 30 ปี (ตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2568 – 15 สิงหาคม 2598) รวมพื้นที่ที่จะเข้าลงทุนประมาณ 264,530 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 92,292 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราการเช่าพื้นที่ 95.9%


พร้อมกันนี้ CPNREIT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินกลุ่มที่ 2 จำนวน 2 แห่ง โดยรับโอนทรัพย์สินจากทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงานจีแลนด์ (GLANDRT) มูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 7,430 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการอาคารสำนักงานเดอะไนน์ ทาวเวอร์ส: ซึ่งเป็นการรับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์และงานระบบ ระยะเวลาคงเหลือประมาณ 27 ปี (สิ้นสุด 18 เมษายน 2590) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมถึงรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นพื้นที่ลงทุนประมาณ 95,997 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 62,805 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราการเช่าพื้นที่เต็ม 100%


และ 2. โครงการอาคารสำนักงานยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์: รับโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์และงานระบบ ระยะเวลาคงเหลือประมาณ 15 ปี (สิ้นสุด 14 พฤศจิกายน 2577) และกรรมสิทธิ์ในสังหาริมทรัพย์ รวมถึงรับโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นพื้นที่ลงทุนประมาณ 30,176 ตารางเมตร ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ให้เช่าที่จะลงทุนประมาณ 18,527 ตารางเมตร โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีอัตราเช่าพื้นที่เต็ม 100%


โดยการลงทุนในทรัพย์สินทั้ง 2 กลุ่มนี้ CPNREIT จะยังคงแต่งตั้ง CPN เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของโครงการในทรัพย์สินกลุ่มที่ 1 และแต่งตั้ง บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) (GLAND) และบริษัท สเตอร์ลิง อีควิตี้ จำกัด (บริษัทย่อยของ GLAND) เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของโครงการในทรัพย์สินกลุ่มที่ 2 ต่อไป


“การเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งนี้จะเพิ่มความหลากหลายด้านทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินที่เข้าลงทุน โดยจะมีพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 172,105 ตารางเมตร จาก ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 ที่มีพื้นที่เช่ารวม 248,231 ตารางเมตรและโรงแรม 302 ห้อง คาดว่าจะส่งผลให้มีขนาดสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณกว่า 96,567 ล้านบาท จาก ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 ที่มีขนาดสินทรัพย์รวม 47,613 ล้านบาท นอกจากนี้ ประมาณการผลตอบแทนตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564 ของ CPNREIT หลังเข้าลงทุนเพิ่มเติมแล้ว จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.7703 บาทต่อหน่วย จากกรณีที่ไม่มีการเข้าลงทุนเพิ่มเติมจะอยู่ที่ประมาณ 1.7059 บาทต่อหน่วย ซึ่งประมาณการดังกล่าวตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต” นางสาวพิรินี กล่าว


ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ กล่าวอีกว่า แหล่งเงินทุนเพื่อใช้ลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินกลุ่มที่ 1 และ/หรือทรัพย์สินกลุ่มที่ 2 และ/หรือเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสำหรับการระดมทุนและลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม (ไม่รวมการชำระค่าเช่าโครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ช่วงต่ออายุ) จะมาจาก 1) เงินกู้ธนาคาร และ/หรือสถาบันการเงิน และ/หรือการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่เกิน 13,500 ล้านบาท และ 2) การเพิ่มทุนของ CPNREIT โดยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 770 ล้านหน่วย ประกอบด้วย 1. การจัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 ของหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมทั้งหมดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ CPNREIT ที่มีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ 2. การจัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่เกินร้อยละ 25 ของหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมทั้งหมดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ GLANDRT ที่มีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ และ 3. การจัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในส่วนที่เหลือจากการจองซื้อตามส่วนที่ 1 และ/ หรือส่วนที่ 2 แก่บุคคลในวงจำกัด และ/หรือประชาชนทั่วไปตามที่เห็นสมควร


ทั้งนี้ การลงทุนเพิ่มเติมในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่างานระบบ โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 (ช่วงต่ออายุ)  ระยะเวลาเช่า 16 สิงหาคม 2568 – 15 สิงหาคม 2598 คาดว่า CPNREIT จะเข้าทำสัญญากับบริษัท เซ็นทรัลพระราม 2 จำกัด โดยวางหลักประกันชำระค่าเช่าเป็นเงินสดหรือหนังสือค้ำประกันโดยธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินจำนวน 1,800 ล้านบาท และจะชำระค่าเช่าในวันที่เริ่มระยะเวลาการเช่า เบื้องต้นแหล่งเงินทุนเพื่อชำระค่าเช่าจะมาจากการกู้ยืมและเพิ่มทุนโดยการออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในปี 2568 จำนวนไม่เกิน 630 ล้านหน่วย ประกอบด้วย 1. การจัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมทั้งหมดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ CPNREIT ที่มีชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ตามสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ 2. การจัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมในส่วนที่เหลือจากการจองซื้อตามส่วนที่ 1 แก่บุคคลในวงจำกัด และ/หรือประชาชนทั่วไป


นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า CPNREIT เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XB ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อกำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม โดยผู้ที่ต้องการได้รับสิทธิ์จองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมดังกล่าว จะต้องถือครองหน่วยทรัสต์ถึงสิ้นเวลาทำการของวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ โดยหลังจากนี้จะประกาศช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นของหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมและอัตราส่วนจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมของผู้ถือหน่วยเดิมของ CPNREIT และผู้ถือหน่วยเดิมของ GLANDRT ให้ทราบก่อนวันที่ขึ้นเครื่องหมาย XB  

 

(วีณา เลิศนิมิตร)




ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทรัสต์จะไม่จัดส่งเอกสารการจองซื้อและอาจจะไม่จัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ CPNREIT และ/หรือ GLANDRT ที่มีที่อยู่ในการจัดส่งเอกสารในประเทศดังต่อไปนี้ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม บราซิล แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมัน อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น จอร์แดน ลักเซมเบิร์ก มาเลเชีย พม่า นอร์เวย์ รัสเซีย สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ จีน ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และ ประเทศอื่นใดที่การจัดสรรหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ CPNREIT และ GLANDRT อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับของประเทศดังกล่าว หรือเป็นผลให้ CPNREIT มีหน้าที่เพิ่มเติมจากที่ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายไทย


นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ปัจจุบันแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์และแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยภายหลังได้รับการพิจารณาอนุมัติและมีผลใช้บังคับแล้วจะดำเนินการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมต่อไป

(มนตรี ศรไพศาล)



ทั้งนี้ CPNREIT เป็นกองทรัสต์ชั้นนำในประเทศไทยที่มีทรัพย์สินคุณภาพดีและเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทรัสต์ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส โดยนับจาก CPNREIT แปลงสภาพมาจากกองทุนรวม CPNRF CPNREIT สามารถจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างสม่ำเสมอ โดยปัจจุบันมีทรัพย์สินที่ลงทุนรวม 8 แห่ง โดยเป็นศูนย์การค้า 5 แห่ง อาคารสำนักงาน 2 แห่ง และโรงแรมอีก 1 แห่ง ประกอบด้วย โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 โครงการเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 โครงการเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า โครงการอาคารสำนักงานปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ A และ B โครงการเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต โครงการเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช และโรงแรมฮิลตัน พัทยา โดยภายหลังการเข้าลงทุนเพิ่มเติมในทรัพย์สินกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 CPNREIT จะมีทรัพย์สินที่ลงทุนรวมทั้งสิ้น 14 แห่ง ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นการกระจายความเสี่ยงการลงทุนในด้านของทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินที่ดียิ่งขึ้น

Share: