ส่งออกไทยยังไหวไหม ปีนี้...จะโตเท่าไร?

ภาคการส่งออกเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะคิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ(GDP) กว่า 60-70% ช่วงที่ผ่านมาภาคการส่งออกเผชิญปัจจัยท้าทายทั้งสงครามการค้าสหรัฐและจีน ค่าเงินบาทแข็งค่า รวมทั้งการแข่งขันจากประเทศอื่น ทำให้การส่งออกชะลอตัวจนกระทั่งติดลบ...


เปิดต้นปี 2563 กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยตัวเลขมูลค่าการส่งออกเดือนแรก มกราคม เติบโต 3.35% เป็นการกลับมาขยายตัวเป็นบวกในรอบ 6 เดือน เป็นผลจากความตึงเครียดของสงครามการค้าที่บรรเทาลง หลังมีการลงนามความตกลงในระยะแรกระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้บรรยากาศการค้าปรับดีขึ้น สินค้าที่เคยได้รับผลกระทบเริ่มกลับมาขยายตัวได้ และการส่งออกไปยังสหรัฐและจีนขยายตัวได้ดี ทั้งนี้ มีปัจจัยหนุนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปหลังโรงกลั่นกลับมาดำเนินการปกติหลังจากปิดซ่อม และการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูงจากราคาที่ปรับสูงขึ้น


เดือนมกราคมอาจจะมีปัจจัยหนุนเข้ามาทำให้ส่งออกโตดี อย่างไรก็ดี... ขณะนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อการส่งออกไทย โดยเฉพาะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิส -19 ในช่วงปลายเดือนมกราคม เป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ที่มีผู้ติดเชื้อชะลอตัว


ที่น่ากังวล เพราะส่วนใหญ่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ทั้งนี้ จีน ซึ่งเป็นประเทศต้นตอของการระบาด ถือเป็นแหล่งผลิต หรือซัพพลายเชนของสินค้าจำนวนมากทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันดิบของโลกจะส่งผลต่อสินค้าส่งออกไทยที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน


ทั้งปี 2563 นี้ สำนักคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชน มีการคาดการณ์มูลค่าการส่งออกของไทย มุมมองโดยรวมน่าจะชะลอตัวลงกว่าก่อนหน้านี้ ซึ่งมีโอกาสติดลบหรือขยายตัวได้เล็กน้อย Wealthy Thai รวบรวมข้อมูลมาให้มาดูกันว่าแต่ละแห่งมองอย่างไรบ้าง




ฝ่ายภาครัฐ หน่วยงานหลักที่ดูแลด้านการค้าและการส่งออกของไทย อย่างกระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าการส่งออกเบื้องต้นจะอยู่ในช่วง 0.0-2.0% โดยจะมีการประกาสตัวเลขทางการอีกครั้งช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ด้านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ คาดอยู่ที่ 1.4% สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง คาดติดลบ 1.0% ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คาดที่ 0.5% โดยจะมีการปรับประมาณการใหม่ช่วงเดือนมีนาคมนี้


ฟากเอกชน อย่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย คาดยังอยู่ในแดนลบ ติดลบ 2.0% ถึงทรงตัวที่ 0.0% ด้านสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(ส.ร.ท.) มุมมองบวกเล็กน้อยคาดทรงตัว 0.0% หรืออาจจะเติบโตได้ 1.0%


ส่วนมุมมองนักวิเคราะห์ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย คาดว่าจะเติบโตเล็กน้อยที่ 0.8%


ฝั่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่าอาจจะอยู่ในช่วงติดลบ 2.0% ถึงเติบโต 1.0% ขณะที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และวิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีมุมมองเดียวกันคาดว่าจะติดลบ 1.0%


ตัวเลขมูลค่าการส่งออกดังกล่าวนี้ เป็นเพียงตัวเลขที่ประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลต่าง ๆ ในช่วงต้นปี ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป โดยเฉพาะการระบาดของเชื่อไวรัสโควิด-19 ว่าจะรุนแรงและยืดเยื้อไปนานเท่าใด เพราะยังมีรายงานการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมทั้งไทยที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมา...จากก่อนหน้านี้ที่สถานการณ์ค่อนข้างทรงตัว 


มุมมองส่วนใหญ่ยังคาดหวังว่าสถานการณ์จะจบภายในช่วงครึ่งปีแรก 2563 มีโอกาสที่การส่งออกและแนวโน้มเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังได้ แต่หากยังยืดเยื้อคงต้องมาประเมินสถานการณ์กันใหม่!!!

Share: