“กอง SUPEREIF”...ประเดิม ‘ปันผล&คืนเงินทุน’ ครั้งแรก 0.27038 บาทต่อหน่วย วันที่ 19 มี.ค. นี้

“กอง SUPEREIF”...ปลื้มผลงานดี เตรียมจ่าย ‘ปันผล&คืนเงินทุน’ ครั้งแรก 0.27038 บาทต่อหน่วย วันที่ 19 มี.ค. นี้ 


นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บลจ.บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า ‘กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF)’ ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 1 ในอัตราหน่วยละ 0.23038 บาท และจ่ายคืนเงินทุนครั้งที่ 1 ในอัตราหน่วยละ 0.040 บาท โดยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จากหน่วยละ 10.00 บาท เหลือหน่วยละ 9.960 บาท หรือรวมแล้วจ่ายเงินปันผลพร้อมจ่ายคืนเงินทุนเป็นเงินทั้งสิ้น 0.27038 บาทต่อหน่วย สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 7 ส.ค. 2562 - 31 ธ.ค. 19

 

(พรชลิต พลอยกระจ่าง)

 

“ทั้งนี้ บริษัทจัดการกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ในวันที่ 5 มี.ค. 20 เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนในการรับเงินปันผลและรับคืนเงินทุน ในวันที่ 19 มี.ค. 20 ที่จะถึงนี้”


นายพรชลิต ยังกล่าวอีกว่า สำหรับผลการดำเนินงานของ ‘กอง SUPEREIF’ ประจำปี 2019 (7 ส.ค. - 31 ธ.ค. 19) มีรายได้รวม 302.9 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ 301.9 ล้านบาท และดอกเบี้ยรับ 1.0 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 220.7 ล้านบาท อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 72.8% อย่างไรก็ดี ปี2019 กองทุนมีการปรับมูลค่าเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ ลดลงให้เป็นไปตามมูลค่ายุติธรรมของสิทธิในรายได้สุทธิที่มีการประเมินโดยผู้ประเมินราคาอิสระด้วย หรือปรับจาก 7,928.0 ล้านบาท เป็น 7,826.0 ล้านบาท จึงรับรู้รายการขาดทุนสุทธิจากการวัดมูลค่าเงินลงทุน 102.0 ล้านบาท


‘กอง SUPEREIF’ ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมากของบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 19 โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง (แล้วแต่กรณี) รวม 118 เมกะวัตต์


“ขณะที่ ระยะเวลาโอนสิทธิรายได้สุทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. 19 จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของแต่ละโครงการ ซึ่งระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21-22 ปี นับจากวันที่ 14 ส.ค. 19 โดยวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโครงการสุดท้ายจะสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม 2041”

Share: