WHA เตรียมจ่ายปันผล 0.0535 บาทต่อหุ้น หลังกำไรปี 62 มาตามนัด!

บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA Group ประกาศกำไรจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งสำหรับปี 2562 มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 13,385.8 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,229.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลกำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโต 21.1% ด้าน 

 

 

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม  บริษัทดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ผู้นำธุรกิจแบบครบวงจร ด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม บริการสาธารณูปโภคและพลังงาน และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดปี 2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร จากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 13,385.8  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,229.3 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลกำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโต 21.1%

 

สำหรับการเติบโตเพิ่มขึ้นของผลการดำเนินงานปี 2562 มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการโอนที่ดินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากยอดขายที่ดินทั้งหมดในปีที่ผ่านมา 1,010 ไร่ โดยประมาณ 70% ของยอดขายที่ดินดังกล่าวมาจากกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีน และไต้หวัน ที่มีการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย จากสถานการณ์สงครามการค้าโลก และต้นทุนการผลิตในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค อีกทั้งการสนับสนุนของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC ผลักดันต่อภาพรวมการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง  

 

นอกจากนี้ยอดการเช่าพื้นที่สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ เติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ โดยมียอดเช่าอาคาร 250,000 ตารางเมตร ซึ่งมาจากการขยายตัวของกลุ่มลูกค้าอีคอมเมิร์ซในประเทศ ส่งผลให้ความต้องการอาคารคลังสินค้า เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสูงขึ้น

 

ธุรกิจบริการสาธารณูปโภคเติบโตต่อเนื่อง


สำหรับธุรกิจการให้บริการสาธารณูปโภค บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและให้บริการน้ำ โดยเฉพาะน้ำเพื่ออุตสาหกรรมที่บริษัทได้ให้บริการตามความต้องการใช้น้ำของลูกค้านิคมอุตสาหกรรมโดยเฉพาะลูกค้าในธุรกิจโรงไฟฟ้า นอกจากนั้นในปี 2562 ที่ผ่านมา WHA Group ได้มีการเข้าไปลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคในเวียดนาม โดยการเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจน้ำประปารายใหญ่ที่สุดในฮานอย ถือเป็นก้าวสำคัญในการที่บริษัทฯ เพิ่มความสามารถในการให้บริการสาธารณูปโภคไปยังต่างประเทศ และสร้างโอกาสในการเติบโตในรายของธุรกิจการให้บริการสาธารณูปโภคอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ส่วนของธุรกิจไฟฟ้า บริษัทฯได้มีการเปิดดำเนินการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้มาตรฐานควบคุมการปล่อยมลพิษของยุโรป ขนาด 8.63 เมกะวัตต์ ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลประจำปี 2562 เพิ่มอีกในอัตราหุ้นละ0.0535 บาท สะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2562 โดยกำหนดวัน XD วันที่ 8 พ.ค. 2563  และวันจ่ายปันผล ณ วันที่ 25 พ.ค. 2563 ตามลำดับ

 

ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 2563 บริษัทฯตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ประมาณ 15-20% เมื่อเทียบจากปีก่อน จากการเน้นย้ำความเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจหลัก ๆ ของบริษัท โดยมุ่งขยายธุรกิจทั้งในประเทศและ ต่างประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น ทั้ง 4 ธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย

 

 

ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ 

ในปี 2563 ตั้งเป้ายอดเช่าอาคารไว้ที่ 250,000 ตารางเมตร ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,560,000 ตารางเมตร นอกเหนือจากพื้นที่คลังสินค้าที่มีอยู่ในประเทศไทยและอินโดนีเซียแล้ว บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในเวียดนามด้วย นอกจากนี้บริษัทฯมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT ราว 150,000 ตร.ม.

 

ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ 

อยู่ระหว่างพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 11 ของกลุ่ม (นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36) ในช่วงปลายปี 2563  และขยายนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่อีก 3 แห่งภายในปี 2566  ส่วนนิคมอุตสาหกรรมเวียดนาม บริษัทฯมีแผนเร่งเพิ่มยอดขาย โดยบริษัทฯตั้งเป้ายอดขายที่ดินในปี 2563  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวน 1,400 ไร่

 

ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ 

จะเน้น High Value Product เช่น Reclamation  Water และ Demineralized Water รวมถึงเสริมพอร์ทด้านพลังงานด้วยนวัตกรรมโซลูชันพลังงาน เช่น Smart Microgrid, Peer-to-Peer Energy Trading และ Energy Storage ในขณะที่ธุรกิจการให้บริการโซลาร์รูฟ ท็อป บริษัทฯตั้งเป้าเพิ่มการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้กับลูกค้าทั้งในนิคม WHA Group และนอกนิคม จำนวน 31 เมกะวัตต์ ในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีการเซ็นสัญญาไปแล้วกว่า 35 เมกะวัตต์ ดันจำนวนเมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 590 เมกะวัตต์

 

ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม 

ตั้งเป้าสนับสนุนการดำเนินงานทุกรูปแบบในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยการเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานสำหรับดิจิทัล รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัล  ช่วงปลายปี 2563 จะมีการติดตั้งไฟเบอร์ออฟติก (FTTx) ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนในนิคมอุตสาหกรรม 9 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่งในประเทศไทย

  

Tags:
Share: