ช่วยคุณบรรลุ “เป้าหมายทางการเงิน”...ได้อย่าง ‘ถูกต้อง’ และ ‘มีประสิทธิภาพ’

แม้ว่า “การวางแผนทางการเงิน” จะเป็นสิ่งที่บุคคลทุกคนสามารถลงมือทำได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามในยุคที่เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ปัญหาทางด้านการเงินได้เกิดขึ้นตลอดเวลาในการดำรงชีวิตประจำวันของแต่ละคน จากอดีตที่การทำงานเคยมีความมั่นคง และสร้างรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอ กลายมาเป็นยุคที่ค่าครองชีพค่อนข้างสูง การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น การถูกลดเงินเดือน รวมถึงสวัสดิการที่ลดลง

 

การถูก Lay-off โดยบริษัทหรือโรงงานผู้จ้าง การถูกบังคับให้ต้อง Early Retirement และปัญหาหนี้สินส่วนบุคคลที่เพิ่มสูงขึ้น แน่นอนว่า ปัญหาต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงข้างต้น อาจยากที่จะแก้ไขได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะปัญหาที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการวางแผนทางการเงินของบุคคลนั้นๆ

           

ปัจจุบันจึงมีอาชีพที่เรียกกันว่า “นักวางแผนทางการเงิน (Financial Planner)” เกิดขึ้น ซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาในเรื่องการวางแผนทางการเงินอย่างครบวงจร ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาทางด้านการเงินต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลแต่ละคนอย่างใกล้ชิด โดยจะเรียกเก็บ ‘ค่าธรรมเนียม’ จากผู้ใช้บริการเป็นผลตอบแทน

 

 

“โดยอาชีพ ‘นักวางทางแผนการเงิน’ นี้ถือเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ความชำนาญคลอบคลุมในหลายๆ ด้าน (Comprehensive) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางแผนการอุปโภคบริโภค การวางแผนภาษี การวางแผนการลงทุน การวางแผนเพื่อการเกษียณ การวางแผนประกันภัย และการวางแผนมรดก โดยจะมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการแต่ละคนในภาพรวม และระยะยาวมากกว่าที่จะเป็นเพียง ‘ผู้เชี่ยวชาญทางการเงินเฉพาะด้าน (Specialist)’ เหมือนอย่างกับโบรกเกอร์ หรือตัวแทนขายประกัน”

 

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ‘การวางแผนทางการเงิน’ เป็นกิจกรรมที่คลอบคลุมเป้าหมายทางการเงินในทุกๆ ด้านซึ่งเกิดขึ้นได้ตลอดช่วงชีวิตของแต่ละบุคคล ไม่ได้เน้นที่การขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงด้านใดด้านหนึ่งให้แก่ผู้ใช้บริการเท่านั้น

           

ทั้งนี้เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพให้เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ตลอดจนสร้างความมั่นใจในการให้บริการที่มีคุณภาพแก่ผู้ใช้บริการ จึงได้มีการพัฒนาหลักสูตรใบอนุญาตทางวิชาชีพ และคุณวุฒิสำหรับผู้ที่ต้องการจะเป็น ‘นักวางแผนทางการเงิน’ คุณภาพขึ้น โดยควรได้รับใบอนุญาตทางวิชาชีพ และคุณวุฒิอย่างครบถ้วน ดังนี้

 

  • ใบอนุญาตทางวิชาชีพที่เรียกกันว่า “Investment Consultant” หรือเรียกย่อๆ ว่า “IC” โดยอยู่

ภายใต้การกำกับดูแลของ ‘สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)’ 

  • ใบอนุญาตทางวิชาชีพที่เรียกกันว่า “Investment Planner” หรือเรียกย่อๆ ว่า “IP” โดยอยู่ภายใต้

การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.

  • ใบอนุญาตทางวิชาชีพที่เรียกกันว่า “ใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต/ วินาศภัย” โดยอยู่ภายใต้

การกำกับดูแลของ ‘สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)’

  • คุณวุฒิที่เรียกกันว่า “Associate Financial Planner Thailand” หรือเรียกย่อๆ ว่า “AFPT” โดยอยู่

ภายใต้ลิขสิทธิ์และการกำกับดูแลของ ‘สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (Thai Financial Planners Association: TFPA)’ 

  • คุณวุฒิที่เรียกกันว่า “Certified Financial Planner” หรือเรียกย่อๆ ว่า “CFP” โดยอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์

 

และการกำกับดูแลของ ‘Certified Financial Planner Board of Standards Inc.’ หรือ ‘CFP Board แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา’ สำหรับในประเทศไทยคุณวุฒิดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ และการกำกับดูแลของ  ‘สมาคมนักวางแผนการเงินไทย’ 

 

แน่นอนว่า ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตทางวิชาชีพ และคุณวุฒิดังกล่าวครบถ้วนย่อมเป็น “นักวางแผนทางการเงิน” ที่มีคุณภาพ และมีความน่าเชื่อถือ (หากได้เพียงคุณวุฒิ แต่ไม่มีใบอนุญาตทางวิชาชีพ จะไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้) ซึ่งถือว่าเป็น ‘ผู้ช่วยทางการเงิน’ ที่สามารถนำพาให้บุคคลใดคนหนึ่งสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่กำหนดไว้ได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเองครับ

Share: