SAWAD โชว์เหนือกำไรสุทธิโต 5 ปีซ้อน วางเป้าปีนี้พอร์ตสินเชื่อโตอีก 20-30%

Highlight

  • ขยายสาขาเพิ่มอีก 300-400 สาขา
  • คาดมีรายได้จากขายประกัน 200-300 ล้านบาท/ปี
  • TFRS 9 กระทบการรับรู้รายได้ 



บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีกำไรสุทธิเติบโต 5 ปีซ้อน จากที่ Wealthy Thai ได้รายงานในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งปี 2558 มีกำไรสุทธิเติบโต 56.33% หลังจากนั้นปี 2559 กำไรสุทธิเติบโตอีก 50.03% มาอยู่ที่ระดับ 2,004.62 ล้านบาท ส่วนปี 2560 มีกำไรสุทธิ 2,666.60 ล้านบาท เติบโต 33.02% ขณะที่ปี 2561 มีกำไรสุทธิ 2,768.36 ล้านบาท เติบโต 3.82% และล่าสุดปี 2562 มีกำไรสุทธิ 3,756.49 ล้านบาท เติบโต 35.69%


นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัทศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า ในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของพอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 20-30% จากปี 2562 ที่อยู่ระดับประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมอีกประมาณ 300-400 สาขา จากสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 4,080 สาขา ในสิ้นปี 2562 เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการใช้สินเชื่อ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 1-1.5 แสนบาท/สาขา


ทั้งนี้บริษัทยังได้จับมือกับ 2 พันธมิตรบริษัทประกันชั้นนำคือ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ และชับบ์สามัคคีประกันภัยเพื่อเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ประกันให้ลูกค้าสินเชื่อของบริษัท โดยให้ความคุ้มครองครอบคลุมเพื่อแบ่งเบาภาระความเสี่ยง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี ส่วนประเด็นการระบาดของไวรัสโควิด-19 มองว่าเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น หากปัญหาดังกล่าวคลี่คลาย คาดว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับมาเหมือนเดิม ส่วนปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม เกิดขึ้นทุกปี แต่ทางบริษัทก็สามารถก้าวผ่านจุดนั้นมาได้

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้พนักงานสอบถามลูกค้า หากต้องการความช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะพักชำระหนี้และยืดเวลาการชำระหนี้ออกไป โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะรักษาระดับตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ให้อยู่ระดับ 3-5% ตามนโยบายของกลุ่มบริษัท โดยสิ้นปี 2562 อยู่ที่ 3.83%


สำหรับประเด็นเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) จะยุติการจัดจำหน่ายรถยนต์ เชฟโรเลตในตลาดประเทศไทยภายในสิ้นปี 2563 นั้น ทางบริษัทได้มีการพิจารณาหยุดการทำธุรกรรมกับรถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว จนกว่าจะมีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีการปล่อยสินเชื่อเชฟโรเลตในอัตราที่น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ฐานลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มตลาด เช่น รถญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมกับคนไทย


นางสาวธิดากล่าวอีกว่า ประเด็นการการบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS9 ซึ่งทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ เช่น ค่าธรรมเนียมจ่ายครั้งแรก (Up-Front Fee) จะต้องถูกเฉลี่ยออกไปตามสัญญาเงินกู้ 12 เดือน จากเดิมที่จะรับรู้เพียงครั้งแรกของการขอสินเชื่อ โดยจะมีผลต่อการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุได้ จะต้องขึ้นอยู่กับผู้ตรวจสอบบัญชี

Tags:
Share: