พิษ COVID-19 กดหุ้นใหญ่ร่วงแรง!!

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นดัชนีร่วง 125.05 จุด หรือ ปรับตัวลง 10% จนตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ 30 นาที (Circuit Breaker Level 1) โดยสาเหตุมาจากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทั้งในไทยและต่างประเทศ หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดสู่ World Pandemic, สหรัฐสั่งระงับการเดินทางจากยุโรป โดยมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนของวันศุกร์ (13 มี.ค. 2563) โดยจะคงมาตรการนี้ไว้ 30 วัน และในไทยก็พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 11 คน ทำให้หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวถูกเทขายอย่างหนักฉุดดัชนีร่วงรุนแรง 


วันนี้ Wealthy Thai ได้เก็บสถิติราคาหุ้นยอดนิยม AOT, PTT, SCC, SCB และ MINT ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง!!

 

 

ทั้งนี้ การปรับตัวลงแรงของดัชนีจนเกิด Circuit Breaker เป็นครั้งที่ 4 ตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์ก่อตั้งมานั้น บล.เอเชีย พลัส มองว่า หากวิเคราะห์สถิติในอดีต พบว่าหลังจากเกิด Circuit Breaker ทั้ง 3 ครั้ง (ธ.ค. 2549, ต้นต.ค. 2551,ปลาย ต.ค. 2551) SET Index ฟื้นขึ้นต่อเนื่องทุกครั้ง โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์หลังจากนั้น SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 10.3% (1 สัปดาห์ให้หลัง ธ.ค. 2549 เพิ่มขึ้น 10.7%, ต้นต.ค. 2551 เพิ่มขึ้น 4.3% ,ปลาย ต.ค.  2551 เพิ่มขึ้น 15.9%)


ขณะที่ปัจจุบันตลาดปรับฐานมาแล้วกว่า 29%ytd ลดลงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก (ข้อมูลจาก Bloomberg เปรียบเทียบดัชนีทั้งหมด 94 ตลาด) ซึ่งลดลงมากกว่า EPS63F ที่ฝ่ายวิจัย ASPS ปรับประมาณการลดลง 14.6% มาอยู่ที่ 79.62 บาท/หุ้น เพื่อสะท้อนประเด็น COVID-19 และการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC มาอยู่ที่ 8.54 แสนล้านบาท (ลดลง 8.75% จากปีก่อนหน้า)


ดังนั้นการปรับฐานแรงของตลาด ณ ปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่ามีแรงขายจากความกังวลผสมเข้าไปพอสมควร ทำให้เชื่อว่า หากปัจจัยกดดันต่างๆ เริ่มคลี่คลาย รวมถึงมีตวามเป็นไปได้ที่จะมีการจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นขึ้นมา น่าจะช่วยให้ตลาดยังมีความหวังฟื้นตัวดังสถิติในอดีตตามสมควร

 

 

Tags:
Share: