จริงๆ ตอนนั้นมันก็ดีนะ 1 ปีที่ผ่านไปไทยเป็นไงบ้าง

คนเรามักจะโหยหาอดีตอยู่เสมอ แม้ในเวลานั้นอาจไม่ใช่เวลาที่น่าจดจำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรามักคิดถึงมัน กลับทำให้เรื่องราวนั้นกลับงดงาม ในโลกของการลงทุนก็เช่นกัน ในปี 2562 ที่ผ่านมา แม้ตลาดหุ้นจะไม่ดีนัก แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ตลาดหุ้นในปี 2562 กลับเป็นเวลาที่น่าจดจำเสียมากกว่า

             

เมื่อตลาดหุ้นไทยในปี 2563 เผชิญด้วยปัจจัยกดดันที่ถาโถมเต็มไปหมด ทั้งภาวะการแพร่ระบาดของ COVID–19 ที่กระจายไปทั่วโลก กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกให้ปั่นป่วน ยังกระทบให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยปีนี้แทบจะตายหายไปทันทีแล้วปัจจัยภายในประเทศก็ยิ่งกังวลหนัก นอกจากภาคการท่องเที่ยวที่กำลังพังทลาย กำลังซื้อในประเทศที่หายไปแล้ว ยังมีปัจจัยภัยแล้งที่รุนแรงสุดในรอบ 10 ปี รอกดดันอยู่ เมื่อปัจจัยต่างกันขนาดนี้ ไม่แปลกที่หากเราถือหุ้นครบ 1 ปี บางหลักทรัพย์เราขาดทุนสูงถึง 60 %

 

ถือหุ้นครบ 1 ปี พอร์ตติดลบ 60%

             

จากสถิติที่เราพบในการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในตลาดหุ้นไทยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (13 มี.ค. 2562 – 23 มี.ค. 2563) ในกลุ่ม SET100 เราพบว่ามี 37 หลักทรัพย์ที่ราคาร่วงมามากกว่า 40% และมี 6 หลักทรัพย์ ที่ราคาลดลงสูงกว่า 60% เท่ากับว่า คุณวางเงินลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET100 ที่ว่ากันว่ามีความแข็งแกร่งและมีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย 100 อันดับแรก มีโอกาสที่เงินลงทุนของคุณจะหายไป 40% ได้ และในทางตรงกันข้ามมีเพียง 12 หลักทรัพย์เท่านั้นที่ยังมีกำไรแข็งแกร่งกว่าตลาด

             

โดย 10 อันดับแรกที่เราพบว่า ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงในกลุ่ม SET 100 ได้แก่

 

 

ASP มองหุ้นปันผลยังน่าสนใจ

             

ในเมื่อตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาแรงแล้ว และชีวิตต้องเดินต่อไป เรามาหาโอกาสในการลงทุนกันดีกว่า โดยในรอบนี้ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า ตลาดหุ้นที่พังพินาศขนาดนี้ น่าจะเป็นโอกาสของการเก็บหุ้นที่ปันผลสูง โดยพวกเขามองว่า สภาวะดอกเบี้ยเป็นขาลงแบบเต็มรูปแบบ หลังจากเศรษฐกิจโลกเผชิญกับหลายปัญหา โดยเฉพาะประเด็น COVID-19 ซึ่งทาง WHO ประกาศว่าเป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) กดดันหลายๆ ประเทศใช้มาตการต่างๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ และยังมีการลดดอกเบี้ยฉุกเฉินในบางประเทศ เช่น สหรัฐ และอังกฤษ เป็นต้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายหลายๆ ประเทศตอนนี้อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งอังกฤษ ยุโรป มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย ตอนนี้มีดอกเบี้ยนโยบาย 1% และมีโอกาสสูงที่จะปรับลดอีกในวันที่ 25 มี.ค. 2563

  

ตลาดหุ้นยังอยู่ในช่วงปรับฐาน จากสภาวะแวดล้อมที่ปกคลุมไปด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ทุกสภาวะดังกล่าวหนุนให้หุ้นปันผลสูง ถือว่าเป็นแหล่งพักเงินที่เหมาะสม จาก 3 เหตุผล คือ


  1. เวลาตลาดปรับฐานแรงส่วนใหญ่หุ้นปันผลจะปรับฐานน้อยกว่าตลาดเสมอ
  2. ภาวะดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มมองหาสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า คำตอบลำดับต้นๆ คือ หุ้นปันผล ที่มีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ
  3. หุ้นปันผลมักจะผันผวนน้อยกว่าตลาด โดยเฉพาะหุ้นที่มีรายได้ธุรกิจมั่นคงไม่ค่อยผันผวน พร้อมกับจ่ายปันผลได้ต่อเนื่อง

             

โดยพวกเขาเลือกหุ้นในปันผลที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ แม้ในยามวิกฤต ชอบ LH INTUCH  

             

Share: