ESG ในมิติ ‘ไทยออยล์’

“ไทยออยล์” เป็นธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียม ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จากโรงกลั่นเล็กๆ ขนาด 35,000 บาร์เรลต่อวันในอดีต ปัจจุบันไทยออยล์เป็นโรงกลั่นน้ำมันแบบเดี่ยวขนาด 275,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 1 ใน 7 กำลังสำคัญของกลุ่มธุรกิจ ปตท. ที่ไม่เพียงแต่มีบทบาทหลักในภาคธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กิจการ ด้วยการผสานความใส่ใจในสังคม (Social) สิ่งแวดล้อม (Environmental) สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง (Governance)

 

“วิสัยทัศน์ของไทยออยล์คือ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตด้วยพลังงาน และเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้านพลังงาน ที่ครบวงจรและยั่งยืนของภูมิภาค” วิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP กล่าว

 

ไทยออยล์หยิบเอาประเด็น “การมีสุขภาพดี” เป็นธงนำการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้ธุรกิจ ภายใต้แนวคิด ESG คือ การจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) โดย “การมีสุขภาพดี” เป็น 1 ใน 7 ภารกิจหลักที่กลุ่ม ปตท. มองไกลออกไปจากการดำเนินธุรกิจ ได้แก่

 

1. ปตท. ดูแลเรื่อง “ปลูกป่าและระบบนิเวศ”

 

2. พีทีที โกลบอล เคมิคอล ดูแลเรื่อง “เศรษฐกิจหมุนเวียน”

 

3. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ดูแลเรื่อง “ความสมบูรณ์ของท้องทะเล”

 

4. ไออาร์พีซี ดูแลเรื่อง “อาชีวศึกษา”

 

5. ไทยออยล์ ดูแลเรื่อง “การมีสุขภาพดี”

 

6. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ ดูแลเรื่อง “พลังงานไฟฟ้าเพื่อคุณภาพชีวิต”

 

และ 7. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก ดูแลเรื่อง “สร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และวิสาหกิจชุมชน”

 

 

ไทยออยล์อยู่ระหว่างดำเนินโครงการนำร่อง “ติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เฉลิมพระเกียรติ” ให้กับโรงพยาบาลเกาะสีชัง อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการเพื่อตอบโจทย์แนวคิด sustainable energy for health care” (พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนด้วยพลังงาน) โดยร่วมกับบริษัทในเครือ “โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่” ธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไฟฟ้า มาร่วมมือกันติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบ on-grid ขนาดกำลังการผลิต 53.46 kWp บนหลังคาอาคารโรงพยาบาลเกาะสีชัง โดยเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าปกติของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่าการลงทุน 1,750,000 บาท อายุการใช้งาน 25 ปี ติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา และมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนเมษายน 2563 นี้ ก่อนจะขยายผลไปติดตั้งโรงพยาบาลอื่นๆ อีกหลายสิบแห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี

 

 

“ช่วยลดค่าไฟได้ตกเดือนละ 20,000 บาท จากค่าไฟปกติของโรงพยาบาลเกาะสีชังที่จ่ายอยู่เดือนละ 100,000 บาท ดูยอดเงินอาจลดลงไม่มาก แต่ในแง่สิ่งแวดล้อมถือเป็นการสร้างคุณค่าที่ไม่น้อยเลย เพราะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 53,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี หรือเท่ากับการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น 185 ต้นต่อปี”

 

อานะสิทธิ์ ศัลยพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกาะสีชัง จ.ชลบุรี กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ภาคเอกชนมาช่วยโรงพยาบาลรัฐส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าทางเลือกที่เกาะสีชัง ถือเป็นการเอาความเชี่ยวชาญที่ต่างกันมาช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ แม้จำนวนค่าไฟอาจลดลงไม่มาก แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เราจะได้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และเงินที่ประหยัดได้เดือนละ 20,000 บาท ทางโรงพยาบาลก็สามารถเอาไปจ้างงานบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป

 

“ทุกวันนี้ปัญหาที่เหมือนกันของทุกโรงพยาบาลคือ ขาดแคลนบุคลากร ขณะที่โรงพยาบาลนับวันจะต้องรับมือกับเคสที่ยากขึ้น เพราะต้องส่งต่อผู้ป่วย (refer) ขึ้นฝั่ง อย่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เราก็ต้องเตรียมความพร้อม ให้ความรู้กับคนในพื้นที่มากที่สุด จะได้ปลอดจากความเสี่ยง เพราะเกาะสีชังเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก แต่อย่างไรก็ดี จากวิกฤตโควิด-19 ช่วงนี้ก็ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหายไป หรือแต่นักท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก”


 

สำหรับโรงพยาบาลเกาะสีชัง จ.ชลบุรี เป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง รักษาโรคพื้นฐานทั่วไป ไม่ซับซ้อน ครอบคลุมทั้งงานสร้างเสริมสุขภาพ งานป้องกันโรค งานบำบัดรักษา งานฟื้นฟูสภาพ และงานส่งต่อผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน มีประชากรในพื้นที่ 4,561 คน มีประชากรแฝง 1,230 คน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเรือขนส่งสินค้า ประชากรมีรายได้เฉลี่ย 96,400 บาทต่อคนต่อปี มีจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยทั้งปี 400,000 คน

 

 

Share: