“บลจ.กรุงไทย”...ขาย 2 กองทุนทางเลือกสู้ ‘Covid-19’

 

“บลจ.กรุงไทย”...เพิ่มทางเลือกนักลงทุน ‘กอง KTFIX3M1’ ลุยตราสารหนี้ในประเทศอายุ 3 เดือน ชูผลตอบแทน 0.5% ต่อปี ขายวันนี้-20 มี.ค. 20 และ ‘กอง KT-TRIG3’ ลุยหุ้นไทย ตั้งเป้าผลตอบแทน 5% ใน 6 เดือน ขายวันนี้ – 19 มี.ค. 20 นี้

 


นางชวินดา
 หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ‘KTAM’ เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่าย 2 กองทุน คือ


-‘กองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 3 เดือนมุ่งรักษาเงินต้น 1(KTFIX3M1)’ 

-‘กองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 3 (กอง KT-TRIG3)’ 


เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนในช่วงสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ SET Index มีการปรับตัวลดลงประมาณ 30% ในปีนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มี.ค. 20) รวมถึงตลาดอื่นๆ ที่มีการปรับตัวในระดับใกล้เคียงกันอัน เนื่องมาจากหลายปัจจัย อาทิ ความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในหลายภูมิภาคทั่วโลก และปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมัน

 

ชวินดา หาญรัตนกูล

 

โดย ‘กอง KTFIX3M1’ เปิดขายตั้งแต่วันนี้ – 20 มี.ค. 20 มีอายุโครงการประมาณ 3 เดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ เงินฝาก/บัตรเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ โดยตราสารที่คาดว่าจะลงทุน คือ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย  ในสัดส่วน 100% มีระดับความเสี่ยงของกองทุนที่ระดับ 4 คือ ปานกลางค่อนข้างต่ำ  ผลตอบแทนของกองทุนอยู่ที่ประมาณ 0.50% ต่อปี  


“ผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับไม่เสียภาษี ยกเว้นผู้ถือหน่วยลงทุนนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ประกอบกิจการในประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่เน้นการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอนและต้องการไถ่ถอนหน่วยลงทุนเพื่อรับเงินในช่วงเวลา 3 เดือน”

           

นางชวินดา ยังกล่าวอีกว่า สภาวะตลาดตราสารหนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ 28 ก.พ. - 6 มี.ค. 20 ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศมีการปรับตัว ลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศจากกระแส Risk off อันเนื่องจากความกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนส่งผลกระทบกับการขยายตัวของ เศรษฐกิจไทย อัตราเงินเฟ้อ และโอกาสที่ กนง. จะทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมในวันที่ 25 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ภายหลัง Fed มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนอกรอบถึง 50 bps. 

 

อย่างไรก็ดีตลาดยังจับตาดู Bond Supply หลัง พรบ.งบประมาณปี 2020 มีผลบังคับใช้  โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเป็นยอดขายสุทธิจำนวน 12,964 ล้านบาท และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ มีการปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุตามแรงซื้อเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัส Covid-19 ที่อาจฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ Fed ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนอกรอบ (Emergency Rate Cut) ถึง 2 ครั้ง 150 bps.สู่ระดับ 0%-0.25% ต่อปี”

 

โดยสรุปอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้อายุคงเหลือ 2 ปีปรับตัวลดลง 37 bps. มาอยู่ที่ 0.49% ต่อปี อายุคงเหลือ 5 ปี ปรับตัวลดลง 31 bps. มาอยู่ที่ 0.58% ต่อปี และอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับตัวลดลง 39 bps. มาอยู่ที่ 0.74% ต่อปี

 

นางชวินดา กล่าวเสริมว่า ‘กอง KT-TRIG3’ เปิดขายตั้งแต่วันนี้ – 19 มี.ค. 20 เป็นกองทุนรวมผสม มีเป้าหมาย 5% ภายในระยะเวลา 6 เดือน มีนโยบายกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างได้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนได้ในสัดส่วนตั้งแต่ 0 – 100% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) -ไม่มีความเสี่ยงต่างประเทศ เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท

 

“เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้น แต่ไม่มีเวลาในการติดตามข้อมูล ข่าวสาร สถานการณ์การลงทุน กองทุนนี้นับว่าเป็นจังหวะและโอกาสที่ดี โดยมีเป้าหมายผลตอบแทนที่ 5% ภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน” 

 

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของ ‘กอง KT-TRIG3’  จะเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่อิงกับปัจจัยภายในประเทศ (Domestic) ที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจไทย การฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุน เลือกลงทุนรายหลักทรัพย์โดยให้ความสำคัญกับระดับราคาหุ้นที่สอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการที่มีการเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศและปัจจัยพื้นฐาน รวมถึงหุ้นที่มีการขยับชิ้นของราคาไม่มาก (Laggard) และหุ้นที่มีการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน (Turnaround) วึ่งจับจังหวะการลงทุนโดยพิจารณาจากระดับราคาหุ้นที่จะเข้าลงทุนเพื่อมุ่งหวังให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนี้ชี้วัดและเลือกลงทุนหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีราคาตามปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสม

Share: