‘ปตท.’ ชงแผน BCM รับมือ “โควิด-19” แปะมือพนักงาน work at home

“ปตท.” กางแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management : BCM) รับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้ ทั้งในด้านการจัดหา จัดจ่าย และสำรองพลังงาน สร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะมีพลังงานใช้ไม่ขาดแคลนในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

โดยหนึ่งในประเด็นการบริหารจัดการความเสี่ยงในภาวะวิกฤตคือ การดูแลพนักงานอย่างดีที่สุด ทั้งเรื่องสถานที่ทำงาน ที่สะอาดถูกสุขลักษณะ การอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานราบรื่น และเกิดความต่อเนื่อง ทั้งในภาวะปกติและไม่ปกติ

 

ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ปตท. ได้จัดตั้ง “ศูนย์พลังใจ” เป็นศูนย์กลางในการบริหารสถานการณ์และเฝ้าระวัง โดยเริ่มตั้งแต่มาตรการงดให้พนักงานเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศ ขอความร่วมมือให้พนักงานงดเดินทางส่วนตัวไปในประเทศกลุ่มเสี่ยงชั่วคราว รวมถึงกระจายงานบางส่วนให้พนักงานและพนักงานลูกจ้างชั่วคราว แบ่งทีมกันไปทำงานที่บ้าน (work at home) ถือเป็นมาตรการคุมเข้มเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และสร้างความปลอดภัยสูงสุดทั้งตัวพนักงานเอง และความปลอดภัยภายในสำนักงาน ปตท. ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

 

“เพื่อลดความแออัดและลดโอกาสในการแพร่เชื้อในที่ทำงานและที่สาธารณะ ปตท. จะใช้ระบบการประชุมทางไกล (Teleconference) เป็นหลัก รวมถึงกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับบุคคลภายนอก ที่จะเข้ามาติดต่อภายในสำนักงาน ตลอดจนมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อในอาคารอย่างต่อเนื่อง เช่น กำหนดจุดคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่เข้า-ออกอาคาร และอบโอโซนฆ่าเชื้อโรคทุกชั้นภายในอาคารสำนักงาน พร้อมติดตั้งจุดให้บริการแอลกอฮอล์ล้างมือ ทำความสะอาดภายในอาคารสำนักงานในจุดที่มีการสัมผัสตลอดทั้งวัน เพื่อลดโอกาสในการแพร่ระบาด” ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าว

 

นอกจากการสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจที่มีความต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ ตลอดจนการดูแลพนักงานอย่างใส่ใจ เพื่อลดความเสี่ยงต่อสาธารณะแล้ว ปตท. ยังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคม ด้วยการร่วมกับ “สถาบันวิทยสิริเมธี” (VISTEC) และ “คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล” วิจัยชุดตรวจโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพสูง, จัดหาและส่งมอบแอลกอฮอล์ให้แก่ “องค์การเภสัชกรรม” เพื่อใช้ในโรงพยาบาล, ร่วมบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย และแจกฟรีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่ปั๊มในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดและป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19

 

ปตท. กำหนดกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน ภายใต้กรอบความคิดที่ว่า การทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จำเป็นต้องพัฒนาการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และปรับตัวให้ทันต่อความท้าทายต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน

 

โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน 3 ด้าน (3P) อย่างสมดุล ได้แก่ 1. การทำธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชนและสังคม (People) 2. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet) และ 3. การเป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน (Prosperity)


Share: