คาดหุ้นวันนี้แกว่งเล็กน้อย 1,065 – 1,100 จุด นักลงทุนติดตามการอัดมาตรการการเงิน-คลังของรัฐบาลทั่วโลก

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ มีมุมมองเป็นกลางคาด SET แกว่งตัว 1,065 – 1,100 จุด โดยภาวะตลาดได้แรงหนุนจากปัจจัยภายนอกหลังทำเนียบขาวและวุฒิสภาบรรลุข้อตกลงมาตรการเยียวยาชาวอเมริกันและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 วงเงิน 2 ล้านล้านดอลล่าร์ ซึ่งมีทั้งการแจกเงินให้ประชาชน เงินสนับสนุนโรงพยาบาล และเงินช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก ประกอบกับ Fed ใช้ QE แบบไม่จำกัดวงเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเป็นบวกต่อการลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตามการที่กนง.คาดการณ์ GDP ไทยปีนี้จะหดตัว -5.3% จากผลกระทบ Covid-19 ประกอบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายประเทศที่จะชะลอตัวลงจากพรก.ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดนั้นจะกดดันให้ดัชนีสลับอ่อนตัว

 

ประเด็นสำคัญวันนี้

 

  • (+) ดาวโจนส์และตลาดน้ำมันยังปรับขึ้น รับข่าววุฒิสภาสหรัฐใกล้เห็นชอบมาตรการเยียวยาผลกระทบ Covid-19 มูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญฯ: ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับขึ้นเป็นวันที่ 2 อีก 496 จุด (+2.39%) ปิดที่ระดับ 21,201 จุด เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นอีก 48 เซนต์ ปิดที่ระดับ 24.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดคาดหวังวุฒิสภาสหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงในการอนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ให้กับชาวอเมริกามูลค่ารวมกว่า 2 ล้านล้านเหรียญ ครอบคลุมการจัดสรรเงินกู้ให้กับธุรกิจ SMEs วงเงิน 3.67 แสนล้านเหรียญ, แจกเงิน (ผู้ใหญ่) 1,200 เหรียญต่อราย (เด็ก) 500 เหรียญต่อราย

  • (-) ผิดคาดแบงก์ชาติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% พร้อมปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปีนี้เป็น -5.3% (เดิมคาดโต 2.8%): ที่ประชุม กนง.มีมติ 4:2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ผิดไปจากที่ตลาดคาดว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% นอกจากนี้แบงก์ชาติยังปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยในปีนี้ลงสะท้อนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid -19 ที่รุนแรงกว่าที่คาดไว้ โดยแบงก์ชาติปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้เป็น -5.3% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 2.8% เป็นผลจากการปรับลดคาดการณ์ ตัวเลขส่งออกจาก +1.4% เป็น -16.4%, การลงทุนภาคเอกชนจาก +3.4% เป็น -4.3% และ การบริโภคของภาคเอกชนจาก +3% เป็น -1.5% แม้แบงก์ชาติจะไม่ได้ลดอัตราดอกเบี้ยแต่ภาพรวม GDP ที่ชะลอตัวอย่างหนักจะเป็นลบต่อกลุ่มธนาคาร ผ่านยอดสินเชื่อที่ชะลอตัว และมีปัญหา NPLs เพิ่มขึ้น

  • (-) แบงก์ชาติออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ยังไม่เป็น NPLs เริ่มบังคับใช้ 1 เม.ย. 2020 เป็นลบต่อ Sentiment การลงทุนในกลุ่มไฟแนนซ์: วานนี้แบงก์ชาติออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติม ประกอบด้วย 1) ลูกหนี้บัตรเครดิต (KTC, AEONTS) อนุญาติให้ลดเงินจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนจาก 10% เป็น 5%, 2) สินเชื่อส่วนบุคคลและจำนำทะเบียนรถ (AEONTS, MTC, SAWAD) ให้เลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน หรือ ลดค่างวด 30% เป็นเวลา 6 เดือน, 3) สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (TCAP, TISCO, KKP) เลื่อนชำระเงินต้น และดอกเบี้ย หรือ พักหนี้เงินต้น 6 เดือน และ 4) สินเชื่อบ้าน วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท, สินเชื่อ SMEs, ไมโครไฟแนนซ์ และ นาโนไฟแนนซ์ วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท ให้พักเงินต้นและลดดอกเบี้ย 3 เดือน เบื้องต้นเราคาดว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเลือกแนวทางลดค่างวด 30% หรือ พักชำระหนี้เงินต้น เพื่อรักษารายได้ดอกเบี้ยไว้ตามเดิมไม่กระทบกำไรใน P&L อย่างไรก็ตามการเลือกแนวทางนี้อาจจะกระทบกับผู้ประกอบการรายเล็กซึ่งอาจจะมีปัญหาในเรื่องสภาพคล่องจาก Cash flow ที่หายไป


กลยุทธ์การลงทุน: 
Selective Buy

  • กลุ่ม ICT (ADVANC, INTUCH, DTAC)  ได้อานิสงส์ Work from home

  • กลุ่มค้าปลีก (CPALL, BJC) ประชาชนเร่งกักตุนสินค้าเพื่อรองรับสถานการณ์ Covid-19

  • กลุ่มอาหาร (CPF, TU) ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า

 

Share: