‘แอสเสทเวิรด์’ ชัตดาวน์ 5 โรงแรมในเครือ ตั้งลำแผน “BCP” รับมือ “โควิด-19”

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบินไปเต็มๆ เป็นอีกบทพิสูจน์ของ “บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)” หรือ AWC” หุ้นใหญ่ปีที่แล้ว ที่ราคาตกลงเหลือเพียงครึ่งเดียวในปีนี้ จากวันแรกที่เทรดเข้าตลาดฯ

 

ผู้บริหารยืนยันว่า บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงจากความผันผวน และการเปลี่ยนแปลงของตลาดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่ง ต่อการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม โดย AWC ยังคงมีกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน ที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และดำเนินธุรกิจโดยรวมของกลุ่มบริษัทอย่างเข้มงวดให้เกิดประสิทธิผล และเพื่อการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

“เรายังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ เพื่อการเติบโตอย่างเต็มที่ มุ่งเน้นการลงทุนที่หลากหลาย และสมดุลเชิงธุรกิจ”

 

AWC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (holding company) ซึ่งประกอบธุรกิจหลักในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มธุรกิจใหญ่ ได้แก่

 

1. กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (hospitality) บริหารจัดการภายใต้แบรนด์ชั้นนำที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จักในระดับสากล เช่น แมริออท อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล, โอกุระ, เลอ เมอริเดียน, บันยันทรี, ฮิลตัน, ดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน, เชอราตัน และมีเลีย

 


2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์
(retail and commercial building) ซึ่งครอบคลุมโครงการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้า (retail and wholesale) และอาคารสำนักงาน (office)

 

วันนี้ (26 มี.ค. 2563) เป็นวันแรก ที่ AWC ประกาศปิดการให้บริการโรงแรมในเครือ 5 แห่งในกรุงเทพฯ จากที่มีทั้งหมด 15 แห่ง เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 26 มี.ค. 2563 ถึง 15 เม.ย. 2563 ประกอบด้วย โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค, โรงแรมดับเบิ้ล ทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ, โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ, โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

 


โดยโรงแรมทั้ง 5 แห่งที่ปิดให้บริการชั่วคราว มีจำนวนพนักงานทั้งหมดกว่า 2,000 คน บริษัทให้หยุดอยู่บ้าน และยังคงได้รับค่าจ้าง เงินเดือน และสวัสดิการตามปกติ โดยมีเงื่อนไขเดียวว่า พนักงานต้องอยู่ในที่พักอาศัย ไม่เดินทางเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

ขณะเดียวกัน AWC ได้ทำประกันภัยไวรัสโควิด-19 โดยเลือกแผนประกันที่ดีที่สุด ให้กับพนักงานทั้งหมดกว่า 6,000 คน ทั้งส่วนของบริษัทเอง และพนักงานโรงแรมทั้งหมดในกลุ่ม AWC และพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในโครงการต่างๆ ของ AWC เพิ่มเติมจากสวัสดิการปกติ เพื่อดูแลพนักงานระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด

 

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ AWC ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแผนระยะยาว ด้วยการสร้างเสริมศักยภาพของโครงการปัจจุบัน และพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง สร้างความต่อเนื่องในกิจการ ตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโต รวมถึงวางแผนรองรับทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) จากการขยายเวลารับส่งมอบงานแก่บรรดาพันธมิตรและคู่ค้าทุกราย ที่ได้รับผลกระทบด้านห่วงโซ่อุปทาน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

 

นอกจากนี้ ยังเดินตามแผนปฏิบัติการ BCP จัดหาสำนักงานสำรอง สำหรับตำแหน่งงานที่สำคัญ ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น วางระบบการติดต่อสื่อสาร ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบรรดาพันธมิตรและคู่ค้า

 

สรุป 9 มาตรการสำคัญ BCP รับมือโควิด-19

 

1. AWC ให้พนักงานบางส่วนทำงานจากที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา

 

2. ขอความร่วมมือพนักงาน ให้งดการเดินทางไปต่างประเทศ หลีกเลี่ยงการประชุมสัมมนาภายนอก งดรับนัดหมายการประชุม และการพบปะโดยตรงกับบุคคลภายนอก

3. พิจารณามอบส่วนลดค่าเช่ารายเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. 2563 จนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 ให้กับผู้เช่าในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบกิจการการค้าทุกราย ในทุกโครงการ


4. มอบส่วนลด 20% สำหรับการเช่าสำนักงานสำรอง ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของ AWC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย สำหรับผู้เช่าปัจจุบัน และพันธมิตรทางธุรกิจ

5. ร่วมกับพันธมิตรเครือโรงแรมระดับโลกทั้ง 6 ราย ได้แก่ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์, ฮิลตัน, อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป, บันยันทรี, มีเลีย และโอกุระ ดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัย และความปลอดภัยอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง

 

6. สร้างความเชื่อมั่นให้กับแขกผู้เข้าพัก และใช้บริการในโรงแรม โดยได้ออกมาตรการที่เหมาะสม ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการยกเลิกเข้าพักในโรงแรม และการเลื่อนจัดประชุมสัมมนา อีกทั้งยังจัดแผนโปรแกรมทำความสะอาดใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณในทุกโครงการ เพิ่มเติมจากแผนการทำความสะอาดตามปกติ

 

7. ยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า และผู้ที่มาติดต่อกับโรงแรม ร้านค้าปลีก และศูนย์การค้าต่างๆ ทั่วประเทศ ที่อยู่ภายใต้การดูแล


8. แจ้งให้ลูกค้า ผู้มาติดต่อ และพนักงานของหน่วยงานต่างๆ ล้างมือบ่อยๆ บริการเจลทำความสะอาดมือ สบู่ และกระดาษชำระ ให้พร้อมใช้ในห้องน้ำเสมอ และจัดทำป้ายมาตรการการดูแล และสัญลักษณ์แจ้งจุดที่ให้บริการเจลทำความสะอาดมือได้โดยสะดวก

9. ให้ความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรต่างๆ อย่างเต็มกำลัง และคำนึงถึงประโยชน์ของสังคมโดยรวม บริษัทได้ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 21 มี.ค. 2563 โดยดำเนินการสั่งปิดการให้บริการศูนย์การค้าเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 22 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 12 เม.ย. 2563 ยกเว้นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหาร (เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น)

 

 

Share: