ถึงเวลาใช้ “สิทธิประกันสังคม” หาก COVID-19 ยืดเยื้อ!

แม้ว่าเราจะต้องห่างกันสักพัก เพื่อร่วมมือร่วมใจกันลดการติดเชื้อไวรัส COVID-19 แต่ Wealthy Thai ยังคงนำเสนอข่าวสารและข้อมูลดีๆ ต่อเนื่องนะคะ วันนี้เลยอยากมานำเสนอ “สิทธิประกันสังคม” ที่ควรรู้มาฝากกัน ซึ่งอันดับแรก ผู้ประกันตนทุกคนทั้งที่อยู่ในระบบแรงงาน และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม สามารถตรวจสอบสิทธิ ยอดเงินสะสมและการใช้สิทธิทันตกรรมได้ทางเว็บไซต์ https://www.sso.go.th/wpr/ หรือสามารถดาวน์โหลดผ่านแอพฯ sso connect ได้เช่นเดียวกัน


กรณีว่างงาน ผู้ประกันตนจะได้รับเงินชดเชยจากสำนักงานประกันสังคมก็ต่อเมื่อมีการจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย ซึ่งล่าสุดทางสำนักงานประกันสังคม ได้อัพเดตสิทธิให้กับสมาชิกในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19

 

 

มาตรการช่วยเหลือจากผลกระทบ COVID-19

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มสิทธิประโยชน์ กรณีว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัย (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม2563 เป็นต้นไป) นายจ้างไม่ให้ทำงาน กักตัว 14 วันเนื่องจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด 19 โดยจะได้รับเงินกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 วัน และในกรณีที่หน่วยงานภาครัฐสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว รับเงินกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 60 วัน


และมีมติเพิ่มเติม

  • ผู้ประกันตนลาออก รับเงินกรณีว่างงาน 45% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน (บังคับใช้ 2 ปี)

  • ผู้ประกันตนถูกเลิกจ้าง รับเงินกรณีว่างงาน 70% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 200 วัน (บังคับใช้ 2 ปี)

 

 

หรือกรณีออกจากงานมาสักระยะแล้ว จะใช้สิทธิ์ย้อนหลังได้หรือไม่?

สำนักงานประกันสังคมระบุว่าผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เว็บไซต์ https://empui.doe.go.th) ของสำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานนับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ทั้งนี้จะต้องรายงานตัวตามกำหนดนัดผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เว็บไซต์ https://empui.doe.go.th) ของสำนักงานจัดหางานไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง


และนอกจากใช้สิทธิ “ว่างงานแล้ว” ยังสามารถใช้สิทธิ “ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้” ได้ด้วย เพราะจากกรมธรรม์ COVID-19 ยอดฮิต นอกจากจะประกันรูปแบบเจอแล้วจ่าย! จะได้รับความนิยมแล้ว ปรากฎว่าประกันแบบทดแทนรายได้ กรณีทำงานไม่ได้ ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน


โดยสำนักงานประกันสังคมระบุไว้ ดังนี้


หลักเกณฑ์และเงื่อนไข  

  1. จ่ายร้อยละ 70  ของค่าจ้างรายเดือน  

  2. ลูกจ้างมีการหยุดพักรักษาตั้งแต่ 1 วัน รวมกันไม่เกิน  1  ปี 

  3. มีใบรับรองแพทย์ระบุหยุดพักรักษาตัว

  4. ลูกจ้างหยุดพักรักษาตัวจริงตามใบรับรองแพทย์



ตัวอย่างเช่น : ลูกจ้างได้รับเงินเดือน เดือนละ 10,000  บาท  ใบรับรองแพทย์ให้หยุดพักรักษาตัวเป็นระยะเวลา 10 วัน (ลูกจ้างหยุดงาน 10 วัน) 

 

การคำนวณ 

10,000 x 70%

=  7,000  บาท

 

ลูกจ้างหยุดงาน  10  วัน

=  7,000 x 10 
         30   

 

ลูกจ้างได้รับค่าทดแทนกรณีหยุดพักรักษาตัว  10  วัน

=  2,333.30  บาท  



ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิประกันสังคมอย่างพึ่งน้อยใจ ทั้งนี้ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศจะใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ขณะเดียวกันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง ทั้งที่เป็นประผู้ประกันตนในระบบผู้ประกันตนแบบสมัครใจ ตลอดจนผู้ที่มีไม่มีสิทธิ์ประกันสังคม โดยรัฐบาลจะเยียวยาด้วยการสนับสนุนเงินคนละ 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือน 


โดยทางกระทรวงการคล้งจะเปิด ให้บริการลงทะเบียนตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มี.ค. 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์  “www.เราไม่ทิ้งกัน.com” ตลอด 24 ชั่วโมง (พร้อมกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อรอรับทราบผลทาง SMS ภายใน 7 วันทำการหลังจากลงทะเบียน)

 

 

ก่อนลงทะเบียนต้องเช็คคุณสมบัติก่อน

1.ก่อนลงทะเบียน ต้องตรวจสอบคุณสมบัติตัวเองก่อนว่าเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
2.ต้องเป็นแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว และอาชีพอิสระ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และจะต้องไม่เป็นผู้ที่อยู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 และมาตรา 39 สามารถลงทะเบียนรับเงินเยียวยาได้


หากมีคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว ให้เตรียมหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการประกอบอาชีพ และข้อมูลนายจ้าง (กรณีมีนายจ้าง)

 

 

ช่องทางการรับเงิน

หลังจากกรอกข้อมูลส่วนตัวแล้วจะให้คลิกหน้าถัดไป โดยมีให้เลือกช่องทางรับเงินเยียวยา ซึ่งมี 2 ช่องทางให้เลือก คือ

  • โอนเข้าบัญชีธนาคาร โดยบัญชีธนาคารต้องตรงกับชื่อและนามสกุลของผู้ลงทะเบียน

  • พร้อมเพย์ที่ผูกเลขบัตรประชาชน (ช่องทางนี้จะได้รับเงินเร็วสุด)




ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา จากทั้งกรณีว่างงาน หรือประกอบอาชีพอิสระ ให้รอติดตามมาตรการต่อเนื่อง
ทั้งนี้หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะการใช้สิทธิมนุษย์เงินเดือนที่หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ ทั้งนี้ในสถานการณ์ที่ COVID-19 ยังไม่คลี่คลาย และมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจไทยปีนี้จะติดลบ สามารถติดตามอ่านข้อมูล Wealth EZ และ Where to put your Money ได้นะคะ

Share: