Panic Attacks ในตลาดกองทุนรวม แห่เทขาย...อาจทำร้ายพอร์ตมากกว่าที่คิด

ความผันผวนของตลาดการเงินทั่วโลก จากความกังวลวิกฤตการณ์การระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง ทำให้นักลงทุนเกิดความตื่นตระหนก(Panic) และมีการเทขายสินทรัพย์ทั้งหลายออกมาตาม ๆ  กัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ทองคำ รวมถึงตราสารหนี้ เพื่อกลับมาถือเงินสดไว้ก่อนรองรับในภาวะที่มีความไม่แน่นอน เมื่อยิ่งแย่งกันเทขายออกมา ทำให้ราคาสินทรัพย์ต่างก็ปรับลดลง และส่งผลกระทบกับกองทุนรวมด้วย เพราะกองทุนรวมมีการเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ ดังนั้น ราคาสินทรัพย์ปรับลดลงทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนรวมปรับลดลงด้วย จึงเกิดแรงขายอย่างมากจากผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวม

ข้อมูลจากรายงานการติดตามตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asia Bond Monitor) ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ระบุว่า การระบาดใหญ่ของ COVID-19 และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นของเอเชียตะวันออกเกิดใหม่ ที่ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย เนื่องจากนักลงทุนเลือกใช้แนวทางที่มีความเสี่ยงต่ำประกอบกับกิจกรรมของภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดทุนของตลาดหุ้นในภูมิภาค สกุลเงินที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ และความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้อันสะท้อนจากราคาตราสารอนุพันธ์ (CDS) ที่แตกต่างกัน วมทั้ง การแห่เทขายของตลาด พบว่าในตลาดตราสารหนี้ระดับภูมิภาคบางแห่งในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 พันธบัตรรัฐบาลมีมูลค่าทั้งสิ้น 9.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่หุ้นกู้ของบริษัทต่างๆ มีมูลค่าสูงถึง 6.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง จีน เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดกว่า 75.4% ของยอดรวมในภูมิภาค

ถูกเทขายหนัก...จนต้องปิดกอง

สถานการณ์ในไทยล่าสุด เกิดกรณี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย  จำกัด (มหาชน) หรือ TMBAM Eastspring ที่ตัดสินใจประกาศเลิกกองทุนตราสารหนี้ 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส กองทุนเปิด ทหารไทย ธนไพศาล หลังจากมีแรงเทขายอย่างรุนแรงจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อถือเงินสดโดยเร็ว แต่ท่ามกลางตลาดตราสารหนี้ในปัจจุบันทำให้ TMBAM Eastspring ไม่สามารถที่จะนำเงินลงทุนใหม่ที่ได้รับจากผู้ลงทุนไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์อื่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนได้ จึงเป็นที่มาของการประกาศยกเลิกดังกล่าว

 

ปิดเพื่อป้องกันความเสียหาย...เจ็บแต่จบ

หนึ่งในผู้ถือหุ้น และตัวแทนขายผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ของ TMBAM Eastspring อย่างธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี ได้รับคำถามมากมายเกี่ยวกับกรณีนี้ โดย ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี อธิบายว่า กองทุนรวมตราสารหนี้ 4 กอง มีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศสูงเกือบ 80% ของ NAV  ตามที่ระบุในหนังสือชี้ชวน เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศในระดับที่สามารถลงทุนได้ รวมทั้ง เงินฝากระยะสั้นของธนาคารในต่างประเทศ มีจุดเด่นทั้งการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ได้รับความนิยมจากนักลงทุนค่อนข้างมาก ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ที่ถือหน่วย 10 20 หรือ 100 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี  เมื่อนักลงทุนตื่นตระหนกและต้องการขายหน่วยลงทุนออกมา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ที่มูลค่าถือหน่วยลงทุนสูง แม้ว่าจะทยอยขายพันธบัตร ตราสารหนี้ในประเทส ยังไม่เพียงพอ TMBAM Eastspring ต้องขายสินทรัพย์ในต่างประเทศก่อนกำหนด ทำให้นอกจากผลตอบแทนลดลงแล้ว ยังอาจจะมีค่าปรับต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อ NAV ของกองทุน แต่ยิ่งเห็น NAV ปรับตัวลงนักลงทุนก็ยิ่งต้องการขายมากขึ้น ส่วนนักลงทุนที่ยังมั่นใจในกองทุนไม่ได้เทขายออกกลับได้รับผลกระทบ ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ที่ NAV ปรับลดลงจากแรงเทขายไปด้วย ซึ่งการปิดกองเป็นประกันที่ดีที่สุดที่จะไม่กระทบต่อผู้ถือหน่วยที่เหลือเพิ่มอีก  

 “ยิ่งนักลงทุนตื่นตระหนกก็จะยิ่งเกิดสถานการณ์เลวร้าย ความต้องการยิ่งมากราคายิ่งพุ่ง เห็นได้จากการที่เราตุนมาร์ส ตุนแอลกอฮอล์เจล ล่าสุด คือ การตุนไข่ไก่จนขาดตลาด ขณะที่หากเทขายออกมามากเท่าไร ราคาก็จะยิ่งลดลงเหมือนในกรณีกองทุนที่เห็นอยู่” ปิติ ระบุ

 

พร้อมกู้ดอกเบี้ยต่ำ-ใช้พอร์ตค้ำประกัน หากยังไม่ได้เงินคืน


ปิติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ TMBAM Eastspring อยู่ระหว่างการให้ผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ทำแผนการขายสินทรัพย์ที่กองทุนถืออยู่เพื่อให้ได้มูลค่าที่ดีสุดกับผู้ถือหน่วยลงทุนและจะได้ดำเนินการคืนเงินลูกค้าที่เหลืออยู่ ด้านธนาคารได้ออกโปรแกรมช่วยเหลือสำหรับนักลงทุนทุกคนที่ถือกองทุน รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อย จึงเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ ทั้งที่เป็นลูกค้าปัจจุบันของธนาคารหรือแม้จะไม่ใช่ลูกค้าของธนาคารก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนในระยะสั้น ก็สามารถนำหน่วยลงทุนในกองทุนดังกล่าวมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำตามโปรแกรมช่วยเหลือกับธนาคารได้ ซึ่งธนาคารประเมินว่าโปรแกรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่อาจจะมีสภาพคล่องตึงตัวในระหว่างที่รอ  TMBAM Eastspring ดำเนินการขายตราสารคุณภาพดี ซึ่งได้กระจายการลงทุนอยู่ทั่วโลกเพื่อนำเงินลงทุนมาจัดสรรคืนผู้ถือหน่วย

“กองทุนดังกล่าวของ TMBAM Eastspring มีลักษณะที่แตกต่างจากกองทุนตราสารหนี้อื่นๆ ในอุตสาหกรรม เพราะมีการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศค่อนข้างสูง จึงยังคงมั่นใจในภาพรวมของอุตสาหกรรมกองทุนรวมตราสารหนี้ของไทย อีกทั้งยังมีมาตรการจากธนาคารแห่งประเทศไทยในการเสริมสภาพคล่องให้แก่กองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ ก็จะเข้ามาช่วยเสริมให้ตลาดการเงินมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี้” ปิติ กล่าว

สำหรับนักลงทุน การลงทุนกองทุนเป็นสินทรัพย์ที่ต้องลงทุนระยะยาวอย่างน้อย 3-5 ปี ซึ่งระยะเวลาการลงทุนจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดบางช่วงได้ อย่างไรก็ดี เมื่อกองทุนที่เราลงทุนอยู่ NAV มีมูลค่าลดลง หรือ เกิดการขาดทุน อย่าตื่นตะหนกจนเกินไป ควรพิจารณาพื้นฐานของสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุน พิจารณาผลการดำเนินงานของกองทุนเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัดมาตรฐาน (Benchmark) รวมทั้ง การพิจารณาเปรียบเทียบกับกองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ ว่าผลตอบแทนเป็นอย่างไร ...เพราะยิ่งเทขาย จะยิ่งทำให้พอร์ตขาดทุน และพานักลงทุนรายอื่นกันขาดทุนไปด้วย


Share: