อย่าให้ ‘ความกลัว’ ในระยะสั้น...ปิดกั้น ‘โอกาสลงทุน’ ในระยะยาว

“การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19” ได้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘มหาสงครามโรค’ ของชาวโลก รวมทั้งประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราไม่เคยคิดว่ามันจะส่งผลกระทบกับเราได้ถึงขนาดนี้


ทำให้เราได้เจออะไรมากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะ Work at Home, Social Distancing, มนุษย์หน้ากาก หรือการคิดถึงอนาคตหากมีการ Lock Down ประเทศขึ้นมา จะกินอยู่อย่างไร? ไม่ต่างอะไรกับไปแข่งรายการ  ‘The Survival’ เลย


ในมิติของการใช้ชีวิต ถ้าหากเรามองในแง่ดี ‘COVID-19’ จะทำให้ชีวิตเรามีภูมิคุ้มกันในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ในหลายสิ่ง ซึ่งบางสิ่งเราอาจไม่เคยได้ทำเลยมันก็ได้ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาและ ‘วิกฤติ’ ครั้งนี้ยังนำโอกาสการลงทุนครั้งสำคัญที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันมาเคาะถึงประตูการลงทุนของเราอีกด้วย


โอกาสการลงทุนที่ดี’ ควรมาพร้อมกับ เครื่องมือการลงทุนที่ดี’ จึงเป็น 2 สิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในท่ามกลาง ‘วิกฤติ COVID-19’ ครั้งนี้ เมื่อ “กองทุนเพื่อการการออมพิเศษ (Super Savings Fund Extra :SSFX)” ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นตาม ‘มติคณะรัฐมนตรี’ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 20 เพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาวใน ‘หุ้นไทย’ เป็นกรณีพิเศษ


K SUPERSTAR SSFX”กำเนิด ‘หุ้นดาวเด่น’ จากทีมผู้จัดการกองทุนหุ้นไทยคุณภาพ

 
“บลจ.กสิกรไทย”
พร้อมแล้วที่จะนำเสนอ ‘กองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX)’ มาเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนที่ต้องการทำกำไรสั้น-ยาว พร้อมการลดหย่อนภาษีโดยมองข้ามความผันผวนในระยะสั้น มุ่งหน้าสู่การเดินทางสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวจากตลาดหุ้นไทยไปพร้อมกัน


กองทุน
K SUPERSTAR SSFX ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ ใส่ใจทุกรายละเอียด โดยทีมงานออกแบบได้ตัดสินใจเลือกเอาโมเดลการลงทุนจากกองหุ้นที่ดีที่สุดของบริษัทอย่าง กองทุนเปิดเค สตาร์ หุ้นทุน-A ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ (K-STAR-A(R))’ มาใส่ไว้เป็นหัวใจของนโยบายการลงทุนหลักให้กับกองทุนนี้


กองทุน
K SUPERSTAR SSFX จึงยังคงคุณสมบัติเด่นจาก กองทุน K-STAR เอาไว้อย่างครบครัน โดยเฉพาะได้ทีมงานบริหารชุดเดียวกันมานั่งควบคุมกระบวนการคัดเลือก ‘หุ้นชั้นนำระดับซูเปอร์สตาร์’ ด้วยตัวเองกันเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นในวงการบันเทิงก็เรียกได้ว่า...ได้ ‘แมวมองในตำนาน’ ไปเดินส่องหาดาวจรัสแสงมาให้กับวงการบันเทิงกันด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านโมเดลลิ่งแต่ประการใด แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาขึ้นชั้น ‘แมวมองในตำนาน’ ได้ด้วยเช่นกันนะ จะบอกให้!!!


อย่าถามว่าทีมงาน ‘แมวมอง’ นี่ตาดีขนาดไหน...ฉันบอกเลยว่ามาก เพราะล่าสุด บลจ.กสิกรไทย เค้าได้กวาดรางวัลสำคัญเกี่ยวกับ ‘หุ้นไทย’ จากเวที Morningstar Awards 2020” มาครองได้สำเร็จสูงสุดถึง 3 รางวัลด้วยกัน ทั้ง ‘LTF’ และ ‘RMF-หุ้น’ และที่สำคัญ คือ ‘รางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมประเภทหุ้นไทย’


ภายใต้ปรัชญาการลงทุนตามแบบฉบับของ ‘บลจ.กสิกรไทย’ ที่เน้นการทำงานเป็นทีมและการทำ Research ด้วยตัวเองของผู้จัดการกองทุนกว่า 22 คน โดยแบ่งตามความเชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ รวมถึงการดูภาพใหญ่ด้านเศรษฐกิจมหภาค ทำให้สามารถทำ ‘Asset Allocation’ ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์คัดกรองหลักทรัพย์ที่ลงทุนในเชิงลึก การติดตามอย่างสม่ำเสมอและเป็นระบบ โดยพิจารณาควบคู่ไปกับ ‘การบริหารความเสี่ยง’ รวมถึงความมีวินัยของผู้จัดการกองทุนทำให้มีความมั่นใจในการให้น้ำหนักการลงทุนและผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอในระยะยาวนั่นเอง”

 


“ลงทุนสุดคุ้ม”...ต้องได้ครบทั้ง
‘ผลตอบแทน-ภาษี-โปรโมชั่น’


การลงทุนมุ่งหวังผลตอบแทนเป็นหลักสำคัญ แต่ถ้าได้ ‘ความคุ้มค่า’ ด้วยก็จะดีไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการลงทุนใน กองทุน K SUPERSTAR SSFX ถือว่า...‘คุ้มสุดคุ้ม’ จัดหนักจัดเต็ม เพียงกองเดียว ได้ครบถึง 3 ประโยชน์รัวๆ กันไปเลย

           
คุ้มที่ 1 :‘โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว’ จากการลงทุนใน ‘หุ้นไทยชั้นนำระดับซูเปอร์สตาร์’ ด้วยโมเดลเดียวกันกับ ‘กองทุน K-STAR’ ที่เปิดกว้างในการลงทุนในหุ้นทั้งตลาดหุ้นใหญ่ และตลาดหุ้น MAI ถ้ามีแววจะเป็น ‘ดาวจรัสฟ้า’ ก็จะเก็บเข้าพอร์ตมาปั้นเข้าสู่วงการกันต่อไป

             
“สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้น ยังเน้นการคัดเลือกและลงทุนในรายหลักทรัพย์ ที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงและมีความสามารถทางการแข่งขันซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว หุ้นที่สามารถจ่ายปันผลได้ในอัตราที่ดีอย่างสม่ำเสมอ และมี Valuation ที่เหมาะสม เพื่อรองรับความผันผวนของตลาดที่มีมากขึ้นและการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในช่วงสั้น”


นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์เพิ่มการถือครองเงินสดที่สูงกว่าปกติในบางเวลาเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อหุ้นในระดับราคาที่เหมาะสม (Tactical Trading) ตอบโจทย์การทำกำไรทั้ง ‘ระยะสั้น’ และ ‘ระยะยาว’ ที่จะไม่ทำให้เราพลาดทุกโอกาสการลงทุน ไม่เพียงเท่านี้…กองทุนยังออกแบบมาให้มีการ ‘จ่ายปันผล’ คืนกลับมาให้ด้วยในระหว่างทางที่ลงทุนไม่เกินปีละ 4 ครั้ง


คุ้มที่ 2 : ‘สิทธิประโยชน์ทางภาษี’
ที่จะเป็นเสมือน‘แต้มต่อ’ ให้กับเราตามฐานภาษีของแต่ละคน ตั้งแต่ 5 – 35% ถ้ามองในมิตินี้เท่ากับว่าเมื่อเราลงทุนปุ๊บ...ก็ได้ผลตอบแทนไปตามฐานภาษีแล้ว 5 – 35% นั่นหมายความว่า...ตามฐานภาษีของแต่ละคน เราลงทุนวันนี้ หุ้นตกไปอีก 5 – 35% เราก็ยังไม่ขาดทุนเลยที่สำคัญสามารถลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท กันเลยทีเดียว

           
คุ้มที่ 3 : ‘โปรโมชั่น’ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากทาง ‘บลจ.กสิกรไทย’ ที่จะมอบให้แก่ผู้ถือหน่วย โดยยอดเงินลงทุนทุก 50,000 บาท รับ Cash Back มูลค่า 100 บาทสูงสุด 400 บาทต่อคน สำหรับการลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 63 นี้เท่านั้น

 



‘COVID-19’...กับ ‘โอกาส’ การลงทุนระยะยาว

           
โอเค...ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน (27 มี.ค. 63) ‘ตลาดหุ้นไทย’ ดำดิ่งทิ้งตัวลงมาแล้วกว่า –30.39%นักลงทุนหลายคนขวัญกระเจิงไปแล้วก็มี (ยังจะมีโอกาสอะไรอีกตอนนี้ ไม่ขาดทุนมากไปกว่านี้ก็ดีมากแล้ว) แต่แฟนพันธุ์แท้หุ้นไทยต้องไม่ลืม...ใน ‘ทุกวิกฤติ’ ย่อมมี ‘โอกาส’ รอคอยอยู่เสมอ เชื่อว่าส่วนใหญ่เมื่อผ่านช่วงวิกฤติไปย้อนกลับมามองอดีตกันอีกครั้ง (นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้นนะ)

         
“รู้อะไร...ไม่สู้...รู้งี้
!!!”

           
“นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่การลงทุนใน ‘หุ้น’ ในระยะยาวยังเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ‘สินทรัพย์’ ประเภทอื่นโดยเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เหมือนกันทั้งโลก แม้จะผ่านมาแล้วกี่ ‘วิกฤติ’ ก็ตาม”



วันนี้
‘โอกาส’ นั้นมาถึงแล้ว ไม่บ่อยครั้งนักที่จะเกิดขึ้น!!!

           
“ย้อนกลับไปใกล้สุด ‘วิกฤติการเงินโลกปี2008’ ตลาดหุ้นไทย –47.56% (ปัจจุบันตลาดกำลังลุ้นว่า...จบขาลงไปแล้ว หรือ ยังจะลงต่อไปอีก) แต่ 2 ปีถัดมา หุ้นไทยบวกต่อเนื่อง 2 ปี +63.25% และ +40.60% ในปี2009 และ 2010 ตามลำดับ ถ้าใครรู้งี้...แล้วซื้อตอนหุ้นไทยลงไปลึกๆ ใกล้จุดต่ำสุด อีก 2 ปี ถัดมา จะกำไรกว่า 150% (พระเจ้าช่วยกล้วยทอด...พระเจ้าจอร์จมันยอดมากเลยจริงๆ) หรือใครทนรวยในระยะยาวได้ ถือมาไม่ทำอะไรเลย สิ้นปี2010 ก็ยังกำไรกว่า 50%

           
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น สิ้นปี2008 ตลาดหุ้นไทยเจอวิกฤติปิดสิ้นปีที่ 449.96 จุด ผ่านมาอีก 10 ปีสิ้นปี2018 ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,563.88 จุด บวกขึ้นมา 247.56% ก่อนที่ปี2019 จะบวกอีกเล็กน้อย 1.02% นี่ไง...‘รู้อะไร...ไม่สู้…รู้งี้’!!!

           
หุ้นไทยปัจจุบันเทรดที่สัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ประมาณ 12.76 เท่า สัดส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) 1.2 เท่า และอัตราเงินปันผล 4.5% สำหรับนักลงทุนในหุ้นถ้าตั้งสติให้ดีจะพบเลยว่า... ‘ตลาดหุ้นถูก’ เราคงไม่พูดกันถึงระดับดัชนี แต่ก็รู้ว่าระดับปัจจุบันนี้เป็น ‘โอกาส’ สำหรับการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้เงินลงทุนของเราในอนาคต

           
มองไปรอบข้าง ‘ตลาดหุ้นยังผันผวน’ ส่วน ‘เศรษฐกิจก็โตต่ำ’ไหนจะมี ‘COVID-19’ เป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีก ในระยะสั้นผลกระทบมีแน่ ดังนั้นการลงทุนต้องมองภาพที่ไกลไป ‘ระยะยาว’ จากจุดนี้เป็นสำคัญ อย่าปล่อยให้ ‘ความกลัว’ ต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน มา Disrupt การใช้ชีวิตและการลงทุนของเราไป ลองถามตัวเองดูว่า...ในชีวิตนี้คิดว่าจะเจอ ‘วิกฤติ’ กันสักกี่ครั้ง ดังนั้น ‘โอกาส’ ที่มาพร้อมวิกฤติ จึงควรค่าแก่การไขว่คว้าเอาไว้เป็นอย่างยิ่งนะจะบอกให้
Share: