เน้น “สินทรัพย์มั่นคง”...ฝ่า ‘วิกฤติ COVID-19’

ในช่วงที่ ‘ไวรัส COVID-19’ ระบาดไปทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งในประเทศไทยเอง ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปิดชั่วคราวและอีกหนึ่งสิ่งที่ตามมาของ ‘มนุษย์เงินเดือน’ และ ‘มนุษย์หาเช้ากินค่ำ’ ขาดรายได้ตามไปด้วย จากนโยบายบริษัทที่งดจ่ายเดือนหรือการจ่ายเพียงครึ่งเดียว

           

สำหรับ ‘แรงงานในระบบ’ นั้น ก็ยังมีสวัสดิการต่างๆ คอยช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม สวัสดิการของบริษัท แต่ในกลุ่ม ‘แรงงานนอกระบบ’ นั้น ถือว่าสาหัสเอาการ ไม่เพียงจะขาดรายได้อย่างเดียว แต่ยังไม่รับมีสวัสดิการอื่นๆ คอยช่วยเหลือ

 

ฉะนั้นการลงทุนก็คงเป็นอีกหนึ่งทางการเลือกที่จะช่วยเป็นเงินสำรองได้ในช่วงนี้ แต่จะลงทุนยังไงดี ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนสูง หรือไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในช่วงที่ต้องเจอกับพิษเศรษฐกิจ ในวันนี้  ‘Wealthy Thai’ จึงรวบรวมข้อมูลดีๆ ที่น่าสนใจมาแชร์ให้ดูกัน

 

“กอช.”...ยิ่งออม รัฐยิ่งช่วย


สำหรับ “กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)” นั้น ถูกตั้งขึ้นมาตั้งแต่แต่ปี 58 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทางเลือกและช่องทางการลงทุนของแรงงานนอกระบบอีกหนึ่งทาง โดยมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่งคงสูงไม่ต่ำ 80% และลงทุนในหลักทรัพย์เสี่ยงไม่เกิน 20%  รวมถึงการค้ำประกันจากรัฐบาลที่ผู้ลงทุนจะได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนไม่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคาร

           

สำหรับผลตอบแทนตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 29 ก.พ. 63) นั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อปี มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 11.261890 บาท/หน่วย และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอยู่ราว 6.57 พันล้านบาท  

 


แหล่งข่าวจากกอช. บอกว่า ภายใต้การบริหารกองทุนในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นผันผวนนั้น เรามีการลงทุนอย่างระมัดระวังและได้ทยอยลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงตั้งแต่ปี 61 ในตอนนั้นมีการลงทุนในหุ้นผ่านหน่วยลงทุนประมาณ 14.30% แล้วถือหุ้นมาจนดัชนีอยู่บริเวณ 1,700 จุด ก็ทยอยขายออกไปจนหมดปัจจุบันเหลืออยู่ 0.01% ซึ่งการปรับลดสัดส่วนของหุ้นออกไปจนหมด ช่วยให้ผลตอบแทนในปีนี้รักษาระดับที่ 2.5-3.0% ต่อปี”


หุ้นไทย”...ปรับตัวลงมาลึก-หุ้นบางกลุ่มเริ่มกลับมา ‘น่าสนใจ’ อีกครั้ง


สำหรับมุมมองตลาดหุ้นให้ปีนี้คาดการณ์ว่ายังคงผันผวนต่อเนื่อง จากตัวเลขผู้ติดเชื้อของการระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ ที่ยังมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อมากนักหรือมีอยู่ระยะเวลาราว 6 เดือน ซึ่งจะเป็นตัวกดดันกำไรบริษัทจดทะเบียนแค่ในปีนี้

 

 

หากมองการลงทุนในระยะยาวนั้น ตลาดหุ้นไทยก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เนื่องจากหุ้นบางกลุ่มอย่างธนาคารพาณิชย์และกลุ่มอุปโภคบริโภค มูลค่าปรับตัวลดลงกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น จึงเป็นโอกาสที่น่าสะสม และนอกจากนี้ผลตอบแทนจากตลาดหุ้นไทยยังคงน่าสนใจ บนสมมุติฐานดัชนีที่ 1,000 จุด ยังคงให้ผลตอบแทนถึง 4% ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี ที่มีผลตอบแทนเพียง 1% เท่านั้น

 

“แนวทางการบริหารกองทุนของ ‘กอช.’ ยังคงเน้นความปลอดภัย เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อประโยชน์ของสมาชิกเป็นสำคัญ”


“ทางเราหวังว่าจากข้อมูลที่นำเสนอ จะเป็นประโยชน์ให้แก่แรงงานนอกระบบ ที่สนใจการออมเงิน การสำรองเงินไว้ช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่หรืออยากจะลงทุนในตลาดทุนได้ด้วยตัวเอง”

 

Share: