ส่องปันผลกลุ่มแบงก์ อู้ฟู่!...จ่าย 7.5 หมื่นล้าน

หากย้อนกลับไปดูราคาหุ้นธนาคาร หรือหุ้นแบงก์ในช่วงต้นปี เทียบกับราคาปัจจุบันที่ผ่านมาในช่วง 1 ไตรมาส หรือ 3 เดือน นักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นอยู่อาจจะต้องปาดน้ำตา เพราะราคาปรับลดลงมากว่า 50-60% เป็นผลจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามารุมเร้าเศรษฐกิจ และหนักที่สุดคือ การแพร่ระบาดทั่วโลกของ COVID-19

             

แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อเงินลงทุนของนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น ในหุ้นแบงก์เหล่านี้ที่ปรับลดลงอย่างมาก แต่ช่วงนี้ยังมีเรื่องดี ๆ ท่ามกลางวิกฤติอยู่บ้าง เพราะเป็นช่วงจ่ายเงินปันผลของแต่ละแบงก์

 

ที่ผ่านมาแม้ว่าแบงก์จะมีแรงกดดันด้านรายได้และกำไรให้ปรับลดลง แต่แบงก์ยังสามารถรักษาการจ่ายปันผลในระดับเท่าเดิม และดีกว่าเดิมในบางแบงก์ เรียกว่าเป็นกำลังใจให้ถือหุ้นต่อไป รอวันที่ราคาหุ้นจะฟื้นตัวกลับมา

 

Wealthy Thai รวบรวมมาให้ดูกันว่าการจ่ายเงินปันผลของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร และหากเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของแต่ละธนาคารเหล่านี้จะได้รับเงินปันผลเท่าไร จะชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่หายไปในหุ้นแบงก์เหล่านี้ได้หรือไม่

 

สำหรับแบงก์ที่มีการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่

  • TISCO ที่ 7.75 บาทต่อหุ้น
  • BBL ที่ 7.00 บาทต่อหุ้น
  • SCB ที่ 5.50 บาทต่อหุ้น 
  • KBANK ที่ 5.00 บาทต่อหุ้น
  • KKP ที่ 4.25 บาทต่อหุ้น

 

ส่วนมูลค่าเงินปันผลที่จ่ายรวม มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่  

  • SCB  18,696 ล้านบาท
  • BBL 13,362 ล้านบาท
  • KBANK 11,966 ล้านบาท
  • KTB 10,529 ล้านบาท
  • BAY 6,252 ล้านบาท

 

ทั้งนี้พบว่า บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่มากที่สุดถึง 4 แบงก์ ได้แก่ BBL KBANK TISCO KKP ปี 2562 ได้รับเงินปันผลรวมกว่า 7,505 ล้านบาท

 


Wealthy  Thai  FYI :  สำหรับไทยเอ็นวีดีอาร์นั้น ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบธุรกิจออกตราสารเอ็นวีดีอาร์เพื่อขายให้แก่ผู้ลงทุน และนำเงินได้จากการขายเอ็นวีดีอาร์ไปลงทุนในหุ้นไทย โดยผู้ลงทุนที่ถือเอ็นวีดีอาร์สามารถรับสิทธิประโยชน์ทางการเงินได้เสมือนลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทุกประการไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล สิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ (Warrant) แต่ไม่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

 

Share: