TPIPP ลั่น COVID-19 ไม่สะเทือนธุรกิจ มั่นใจปี 63 รายได้พุ่ง 1.3 หมื่นล้านบาท

Hightlights

  • เดินหน้าแผนเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า เน้น IRR คุ้มค่า

  • ลุยติดตั้ง Boiler แล้วเสร็จไตรมาส 3/63

  • ยืนหนึ่งปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

 

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เปิดเผยว่า บริษัทในเครือทั้งหมดได้ประเมินและติดตามสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 อย่างใกล้ชิดมาตลอด พร้อมดำเนินตามการตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยต่าง ๆ สอดรับนโยบายของภาครัฐ เพื่อใช้เป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน และการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด โดยได้ตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าอาคารและโรงงานและพ่นยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดอาคารสำนักงานและติดตั้งเจลล้างมือฆ่าเชื้อ (แอลกอฮอล์มากกว่า 70%) ไปตามจุดต่าง ๆ ในบริษัทฯ  และเดินหน้าแผนธุรกิจเพื่อให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานและความสามารถการดำเนินธุรกิจของบริษัท


ขณะนี้ผลกระทบต่อบริษัทจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในน้อยมาก เพราะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและ TPIPL ที่เป็นบริษัทแม่ แม้ในบางช่วงอาจจะมีบ้างที่ TPIPL ใช้ไฟฟ้าในระดับที่น้อยลง แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบ  ส่วนประเด็นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประกาศลดค่าไฟฟ้าลงนั้น อาจจะมีผลกระทบกับบริษัทบ้าง แต่เมื่อค่าเอฟทีปรับลดลง ค่าเชื้อเพลิงก็ได้ปรับตัวลดลงตามไปด้วย


ทั้งนี้  บริษัทยังสามารถขายไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ โดยอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ในช่วงเดือน ม.ค. อยู่ที่ระดับกว่า 95% ขณะที่เดือน ก.พ.-มี.ค. อาจจะลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้เพราะผู้รับเหมาเป็นชาวจีน แต่ขณะนี้สามารถกลับเข้ามาทำงานได้แล้ว คาดว่า Boiler ทั้ง 3 ตัวจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2563 ส่งผลให้ Utilization Rate เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 95%


ด้านความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) ซึ่งเป็นโครงการจิกะโปรเจกต์ที่มีขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บริษัทได้รับเชิญจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำเสนอโครงการแผนลงทุนเพื่อพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อ.จะนะ จ.สงขลา โดยบริษัทได้อาสาที่จะลงทุนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดสีเขียว นิคมอุตสาหกรรม การก่อสร้างท่าเรือเพื่อการพาณิชย์และการท่องเที่ยว ในพื้นที่ Southern Seaboard เนื่องจากมีที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการในปัจจุบันกว่า 1 หมื่นไร่ ซึ่งยังคงต้องรอความชัดเจนจาก ศอ.บต. และยอมรับว่า COVID-19 อาจทำให้มีความล่าช้าบ้าง แต่เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะยังเดินหน้าต่อเนื่อง


สำหรับปี 2563 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ 13,000 ล้านบาท เติบโต 16% เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 10,905 ล้านบาท ส่วนแผนงานระยะยาวตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยจะเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power purchase agreement : PPA) ในส่วนสัญญาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก (VSPP) และผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) เพื่อขยายการลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยพิจารณาโครงการที่มีอัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR) และความเสี่ยงที่มีความเหมาะสม


นอกจากนี้ บริษัทยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ และปัจจุบันบริษัทยังคงมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดที่ดี รวมถึงได้ตั้งเป้ารายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภายใต้สถานการณ์ตลาดหุ้นที่ผันผวน TPIPP จึงเป็นหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีระดับ P/E ต่ำ แต่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง ทั้งนี้ บริษัทยังได้รับการจัดอันดับเครดิต (Credit Rating) จาก TRIS ในส่วนของบริษัท (Stand-alone Basis) ที่ระดับ A และได้รับการจัดอันดับเครดิตขององค์กรที่ระดับ BBB+/ Stable เท่ากับอันดับเครดิตของ TPIPL ที่เป็นบริษัทแม่

 

Share: