“บลจ.กสิกรไทย”...ประเมินหุ้นไทยมีโอกาสกลับมา 1,350 จุด หาก COVID-19 คลี่คลาย

“บลจ.กสิกรไทย”...แนะทำกำไรระยะยาวผ่าน ‘กอง K SUPERSTAR SSFX’ ก่อนจบ IPO 10 เม.ย.นี้ มองเป็นจังหวะเก็บหุ้นราคาดี มีอนาคต เนื่องจาก ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากจากต้นปี ประเมินหุ้นไทยมีโอกาสกลับมา 1,350 จุด หาก COVID-19 คลี่คลาย


นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดเสนอขาย IPO ‘กองทุนเปิดเค ซูเปอร์สตาร์ เพื่อการออมพิเศษ (K-SUPSTAR-SSFX)’ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 20 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจและเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าผู้ลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน K PLUS และ K-My Funds ทั้งนี้ คาดว่าในอีก 2 วันสุดท้ายก่อนที่จะหมดช่วง IPO คือในวันที่ 9 – 10 เม.ย. 20 จะยังคงมีเม็ดเงินทยอยไหลเข้ากองทุนมาอย่างต่อเนื่อง

 

(วศิน วณิชย์วรนันต์)

 

 

‘กอง K SUPERSTAR SSFX’ จัดเป็นกองทุน SSF แบบพิเศษ ที่มีระยะเวลาเสนอขายเพียง 3 เดือนเท่านั้น โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 20 เพื่อนำไปหักลดหย่อนภาษีในปีนี้ได้เพิ่มขึ้นอีก 200,000 บาท (ไม่รวมกับวงเงินซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน SSF แบบปกติ) และต้องถือครอง 10 ปี นับจากวันที่ซื้อหน่วยลงทุน


“อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มตัวเลขเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในสถานการณ์ช่วงนี้ที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ต่างต้องปฏิบัติงานอยู่ที่บ้าน (Work from Home) ก็ไม่พลาดการรับข่าวสารที่ทางตลาดทุน รวมถึงบลจ.ต่างๆ พยายามสื่อสารออกไปในวงกว้าง อีกทั้งยังมีความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทยและตระหนักได้ว่าในจังหวะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่เข้าลงทุน  เนื่องจาก ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมาค่อนข้างมากจากต้นปี และต่ำสุดในรอบ 8 ปี จึงเหมาะแก่การทำกำไรในระยะยาว”


นายวศิน ยังกล่าวอีกว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ ยังคงมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงกว่า 50% จากต้นปี  ซึ่งล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทยเหลือ -5.3% ซึ่งนับเป็นอัตราการหดตัวที่มากที่สุดตั้งแต่ปี 1998 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 มีความรุนแรงและกระทบเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทำให้ทั้งการส่งออก การบริโภคได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีการหดตัวแรง  ดังนั้น ความหวังหลักจึงอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ  


“อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เห็นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเริ่มมีกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทย หลังจากที่ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิกว่า 121,000 ล้านบาท จึงมองเป็นสัญญาณบวก ซึ่งหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาสที่ 2 คาดว่าอาจเห็นดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1350 จุดได้ภายในปีนี้ จากสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงและการคาดหวังการฟื้นตัวของกำไรในปีหน้า หลังจากปีนี้ที่คาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะลดลงจากปีก่อนอย่างมากทั้งจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และการปรับลดลงของระดับราคาน้ำมัน”


นายวศิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ‘กอง K SUPERSTAR SSFX’ จะเปิดเสนอขายในช่วง IPO หน่วยละ 10 บาท จนถึงวันที่ 10 เม.ย.นี้ และจะเปิดเสนอขายอีกครั้งในวันที่ 15 เม.ย.เป็นต้นไป ดังนั้น หากผู้ลงทุนไม่อยากพลาดโอกาสลงทุนในหุ้นไทยในจังหวะนี้ การเริ่มเข้าซื้อในช่วง IPO ทำให้มีโอกาสได้ลงทุนก่อน โดย ‘กอง K SUPERSTAR SSFX’ จะเน้นลงทุนในหุ้นไทยไม่ต่ำกว่า 65% โดยคัดเลือกหุ้นของบริษัทชั้นนำที่มีความมั่นคง สามารถเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด บริหารโดยใช้กลยุทธ์ Tactical Trading ที่ผู้จัดการกองทุนจับจังหวะซื้อขายหุ้นเพื่อทำกำไรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สร้างโอกาสรับผลตอบแทนระหว่างการลงทุนในรูปของเงินปันผลไม่เกิน 4 ครั้ง/ปี


อีกทั้งยังใช้รูปแบบการบริหารจัดการเหมือนกับ ‘กอง K-STAR-A(R)’ ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นติดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar ในประเภท Overall Rating (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มี.ค. 20) ทั้งนี้ ผู้ลงทุนยังสามารถวางใจได้ว่าเงินลงทุนจะได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมผู้จัดการกองทุนหุ้นไทยที่มีศักยภาพสูง การันตีด้วย 3 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Morningstar Awards 2020 จากการบริหารกองทุนหุ้นไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนหุ้นไทย ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และสามารถเอาชนะตลาดในระยะยาวได้”


สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจกองทุน K SUPERSTAR SSFX สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เพียง 500 บาท

Share: