แบงก์ไม่กั๊ก! ลุยปรับดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.40% ทั้งกระดาน ช่วยลดภาระหนี้ลูกค้า มีผล 10 เม.ย.นี้

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือ SMEs และดูแลเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้เอกชนเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19  เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยมี 4 มาตรการสำคัญ (รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.bot.or.th/Thai/PressandSpeeches/Press/2020/Pages/n2063.aspx )

 

มาตรการหนึ่งในนั้นคือ การลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ หรือ FIDF) ของสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเออร์ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ระบุว่า ปรับลดอัตรานำส่งเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูฯ จากเดิม 0.46% เหลือ 0.23% ของฐานเงินฝาก เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้สถาบันการเงินไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มเติมให้กับประชาชนและภาคธุรกิจในทันที ทั้งนี้ จากการหารือกับสมาคมธนาคารไทย ธปท.คาดหวังว่าจะมีการต้องลดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า 0.23% เท่ากับส่วนลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟู

 

ผลที่เกิดขึ้นขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ออกมาตอบรับมาตรการ และมีได้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว โดยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหมดลง 0.40%  ต่อปี ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทแบบมีระยะเวลา (MLR) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) มีผลวันที่ 10 เม.ย. 2563 นี้ ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากไม่ได้มีการปรับลดแต่อย่างใด


ธนาคารแรกที่นำร่องปรับลดดอกเบี้ยคือ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยพร้อมสนับสนุนกลไกภาครัฐเพื่อช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคาร โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR MOR และ MRR อีก 0.40% ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ปรับลดมาอยู่ที่ระดับ 5.60% ส่วน MOR ปรับลดมาอยู่ที่ 6.22% และ MRR ปรับลดมาอยู่ที่ 6.10% โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการอื่น ๆ ที่ธนาคารได้มีการประกาศใช้ เพื่อให้ความช่วยเหลือและลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้าของธนาคารอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารในการช่วยดูแล และประคับประคองลูกค้าของธนาคารให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤติไปได้ ทั้งนี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ ธนาคารปรับลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงเท่านั้น ยังไม่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงแต่อย่างใด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป

 

ตามมาด้วยธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและยังไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาสิ้นสุดได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวแรงจากภาวะชะงักงันในภาคธุรกิจ และเพื่อตอบสนองนโยบายของธปท. ธนาคารจึงประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลง 0.40% เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบภาระต้นทุนดอกเบี้ยของลูกค้าโดยเร่งด่วน โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ปรับลดจาก 5.775% เป็น 5.375% ด้าน MOR ปรับลดลงจาก 6.495% เป็น 6.095% และ MRR ปรับลดลงจาก 6.745% เป็น 6.345% สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่นี้ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป นอกจากมาตรการข้างต้นแล้ว  ธนาคารยังมีการเพิ่มมาตรการต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าและธนาคารสามารถฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

ด้านธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 3 ประเภท ทั้ง MLR MOR และ MRR ลง 0.40% มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย  2563 ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR จาก 5.875% อยู่ที่ 5.475%   ส่วน MOR จาก 6.50% อยู่ที่ 6.10% และ MRR จาก 6.50% อยู่ที่ 6.10% สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนการดำเนินธุรกิจและลดภาระของประชาชน เพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 อีกทั้งยังเป็นการช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวมในช่วงที่มีความเปราะบาง ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพได้ให้การดูแล และให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการให้มีเงินทุน และสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงาน และช่วยเหลือประชาชนในการลดภาระทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนมาตรการของภาครัฐบาลและธปท.

 

ขณะที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR และ MOR รวมทั้ง MRR ลง 0.40% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLR ปรับลดลงจาก 6.23% เป็น 5.83% ส่วน MOR ปรับลดลงจาก 6.70% เป็น 6.30% และ MRR ปรับลดลงจาก 6.70% เป็น 6.30% ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยใหม่ดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป โดยธนาคารพร้อมช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มของธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากวิกฤติการแพร่ระบาดของ COVID-19 และพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ที่ธนาคารได้ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้า และผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตไปด้วยกัน

 

เช่นเดียวกับธนาคารทหารไทย หรือ TMB นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของ COVID -19 ที่ยังคงส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดการชะลอตัว ดังนั้นเพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้า ทั้งกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้าสินเชื่อรายย่อย และตอบสนองนโยบายของภาครัฐในการกระตุ้นสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทยและธนชาต ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR, MOR และ MRR ลง 0.40% โดย MLR จาก 6.65% เหลือ 6.25% MOR จาก 6.675% เหลือ 6.275% และ MRR จาก 7.03 เหลือ 6.63% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป



ด้านธนาคารกรุงไทย หรือ KTB นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19  ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระและลดต้นทุนทางการเงินของลูกค้าสินเชื่อทั้งภาคธุรกิจและลูกค้ารายย่อย ตลอดจนประชาชน ธนาคารจึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทลงอย่างละ 0.40% โดย MLR เหลืออัตรา 5.375%  MOR เหลืออัตรา 6.220 % และ MRR เหลืออัตรา 6.345%  โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในครั้งนี้  เป็นอีกหนึ่งมาตรการเพิ่มเติมจากมาตรการอื่น ๆ ที่ธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือและลดภาระให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือน  การสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยธนาคารมีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ รวมทั้งช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

 

นอกจากนี้ นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เพื่อช่วยลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการลดต้นทุนทางการเงินในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบลามมายังเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตในช่วงนี้ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกตัวลง 0.40% โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลงจาก 6.75% เหลือ 6.35% ส่วน MOR ลงจาก 7.25% เหลือ 6.85% และ MRR จาก 7.75% ต่อปี เหลือ 7.35% ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2563 เป็นต้นไป


Share: