ลูกหนี้นอนแบงก์ เฮ รัฐอุ้มแล้ว จัดซอฟโลนออมสิน 8 หมื่นล้านให้กู้ดอก 2%

ถึงเวลาของลูกหนี้นอนแบงก์แล้ว รัฐบาลกำลังปล่อยซอฟโลนหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้นอนแบงก์ไปปล่อยกู้ให้ลูกค้าในอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของนอนแบงก์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้นอนแบงก์ไม่ต้องถูกเก็บดอกผิดนัดชำระโหดในช่วงภาวะเศรษฐกิจ COVID-19


หลังจากที่รัฐบาลจัดการมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาท เริ่มจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัยจากการแพร่ระบาดCOVID-19 และล่าสุด เพิ่งออกมาตรการซอฟโลนให้แก่ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีแล้ว เพื่อเยียวยาในสถานการณ์ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักหมด ธุรกิจ ร้านค้า และประชาชน รับผลกระทบกันถ้วนหน้า เพราะรายได้หดหายขาดมือไม่เพียงพอจ่ายหนี้ที่มีอยู่ได้


รัฐบาล ต้องออกมาตรการซอฟโลนแก่กลุ่มนอนแบงก์ที่ให้บริการกลุ่มสินเชื่ออุปโภคบริโภค อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อรถ เครื่องจักร หรือลีสซิ่ง เช่าซื้อ จำนำทะเบียนรถ เป็นต้น นับเป็นอีกกลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19 ที่รอการเยียวยาเช่นกัน


นายอุตตม สาวนายนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการให้ซอฟโลนสำหรับนอนแบงก์วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมาจากธนาคารออมสิน สามารถดำเนินการจัดสรรซอฟโลนส่วนนี้ได้ เพราะมีวงเงินถึง 1.5 แสนล้านบาทที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจะต้องรอธนาคารออมสิน ออกรายละเอียดสำหรับการปล่อยซอฟโลนแก่ลูกหนี้นอนแบงก์


นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา สศค. ได้หารือผ่านสมาคมนอนแบงก์ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ของนอนแบงก์ หลังจากที่เกิดข่าวของ บมจ. เมืองไทยลีสซิ่ง เก็บดอกเบี้ยสูงเกินเหตุ ช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งทางสมาคมนอนแบงก์ได้ชี้แจงว่า มีภาระต้นทุนทางการเงินเช่นกัน อย่างไรก็ตามในการหารือร่วมกัน ได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลจะให้ซอฟโลนแก่นอนแบงก์ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ต่างๆ ในอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นระยะเวลาเพียง 2 ปี


สำหรับ”ซอฟโลน”ของนอนแบงก์ จะเป็นการใช้วงเงินของธนาคารออมสินประมาณ 8 หมื่นล้านบาท จากวงเงินซอฟโลนทั้งหมดที่ออกมา 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเดิมกำหนดวัตถุประสงค์ เพื่อปล่อยกู้ให้แก่ธนาคาร คิดอัตราดอกเบี้ย 0.01%สำหรับนำไปปล่อยกู้ต่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19


แต่เนื่องจาก ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการออกซอฟโลนวงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อปล่อยให้แก่ธนาคารพาณิชย์ นำไปปล่อยสินเชื่อใหม่ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี แล้ว ซึ่งมีเงื่อนไขที่ดีกว่า เพราะรัฐบาลจะชดเชยความเสียหายให้ในกรณีเป็นหนี้เสีย


“ซึ่งถ้าซอฟโลนของแบงก์ชาติดีกว่า ก็คิดว่าธนาคาร จะไปใช้วงเงินของธปท.มากกว่า ดังนั้น วงเงินของออมสินก้อนนี้ก็แบ่งมา 8 หมื่นล้าน สำหรับช่วยลูกหนี้สินเชื่ออุปโภคบริโภค ที่ได้รับผลกระทบกัน” นายลวรณกล่าว


ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค. ธนาคารออมสินได้เซ็นสัญญาธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ รวม 20 แห่ง ในการเข้าโครงการปล่อยกู้ซอฟโลนวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% และธนาคารนำไปปล่อยสินเชื่อใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยไม่เกิน 20 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 2% เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยเปิดให้ยื่นขอได้จนถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2563


ขณะที่ธปท. ได้ออกซอฟโลนวงเงิน 5 แสนล้านบาท เป็นเวลา 2 ปี เพื่อปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ นำไปปล่อยสินเชื่อใหม่ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจในประเทศ และมีวงเงินกับธนาคารแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท มีสถานะผ่อนชำระปกติหรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน (ยังไม่เป็น NPL) ณ วันที่ 31 ธ.ค.2562 โดยแต่ละรายสามารถขอกู้ได้จะไม่เกิน 20%ของยอดหนี้คงค้างของลูกหนี้ ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2562 ซึ่งอัตราดอกเบี้ย 2% โดยในช่วง 6เดือนแรก


โดยซอฟโลนของธปท. รัฐบาลจะรับภาระดอกเบี้ยแทนลูกหนี้ ส่งผลให้ลูกหนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย นอกจากนี้ จะชดเชยความเสียหายบางส่วนให้แก่ธนาคาร ในส่วนที่ปล่อยกู้เพิ่มเติมด้วย กรณีที่หนี้กลายเป็นหนี้เสียเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 2 ปี โดยรัฐบาลจะชดเชยความเสียหายให้ไม่เกิน 70%ของสินเชื่อที่ปล่อยเพิ่มสำหรับลูกหนี้ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 50 ล้านบาท และชดเชยให้ไม่เกินร้อยละ 60% ของสินเชื่อที่ปล่อยเพิ่มสำหรับลูกหนี้ที่มีวงเงินสินเชื่อ 50-500 ล้านบาท


ทั้งนี้ การออกซอฟโลนของธปท. นั้น เนื่องจากคณะรัฐมนตรี เพิ่มมีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การให้ความเชื่อเหลือทางการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งขั้นตอนในขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว


จากซอฟโลนของธปท.ที่ออกมา มีเงื่อนไขที่ดีกว่า ซอฟโลนของธนาคารออมสิน จึงคาดว่าธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ จะใช้ซอฟโลนของธปท. ไปช่วยลุกหนี้มากกว่า เพราะได้รับการชดเชยกรณีเป็นหนี้เสียเกิดขึ้นด้วย แต่ซอฟโลน ของธปท.ต้องอดใจรออีกระยะ จนกว่าพ.ร.ก.ดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้ต่อไป แต่ซอฟโลนของออมสิน จะสามารถดำเนินการได้ทันที หลังธนาคารออมสินออกรายละเอียดในส่วนปล่อยกู้แก่นอนแบงก์ออกมาเร็วๆนี้

Share: