คาดทั่วโลก...ต้องการเงินลงทุนเพื่อ ‘การพัฒนาอย่างยั่งยืน’ 2-3 ล้านล้าน USD ต่อปี

ศักยภาพในการออกSustainability Bond” ในช่วงที่ผ่านมา การออก ‘Green Bond’ ซึ่งถือเป็นประเภทหนึ่งของ Sustainable Bond มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั่วโลก โดยในปี 2019 มียอดการออกสูงถึง 250 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 7.7 ล้านล้านบาท สำหรับประเทศไทยมีการออก ‘Green Bond’และ  ‘Sustainability Bond’ จากภาคธุรกิจหลายแห่งในช่วงปี 2018-2019 ได้แก่

 

‘ธนาคารทหารไทย’ ออก Green Bond เมื่อเดือนมิ.ย. 2018

-‘ธนาคารกรุงศรีอยุธยา’ ออก Gender bond ในเดือนส.ค. 2019

-‘ธนาคารกสิกรไทย’ เป็นออก Sustainability bond ในเดือนต.ค. 2018

-‘บมจ. บี. กริม เพาเวอร์’ ในเดือนธ.ค. 2018

-‘บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์’ ในเดือนพ.ค. 2019

-‘บมจ.พลังงานบริสุทธิ์’ ในเดือนต.ค. 2019

 

“เพื่อระดมเงินทุนไปใช้ในโครงการ ส่งเสริมความยั่งยืน ด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม ‘บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น’ เป็นหนึ่งในบริษัทเอกชนที่มีนโยบายดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมา ตั้งแต่ปี 2004”

 

 

“การเคหะแห่งชาติ” เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอีกแห่งหนึ่งที่มีศักยภาพและมีความสนใจจะออก Social Bond เพื่อใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีซึ่งเป็นพันธกิจของการเคหะฯ โดยปัจจุบันการเคหะฯ กำลังศึกษาเงื่อนไขหลักเกณฑ์การออก ‘Social bond’ แต่ยังมี ข้อจำกัดเนื่องจากขั้นตอนการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากหลายหน่วยงาน

 

Mr. Jens Radschinski, ผู้แทนจากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กล่าวว่า จาก การที่นานาประเทศได้ตระหนักถึงผลกระทบจาก climate change และได้จัดทำความตกลงปารีสร่วมกันเพื่อ มีเป้าหมายในระยะยาว คือลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาและลดการปล่อยมลพิษเหลือ 40 กิกะตัน ความต้องการการลงทุนเพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนจึงมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

“UNFCCC คาดว่าทั่วโลกจะต้องการเงินลงทุนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนประมาณ 2-3 ล้านล้าน USD ต่อปี ทั้งนี้การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะประสบความสำเร็จต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน”

 

Mr. Nicholas Gandolfo, ผู้แทนจาก Sustainalytics ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในการวิจัย วิเคราะห์ และจัดเรทติ้งด้าน สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) กล่าวว่า กว่า 80% ของการระดมทุนจาก ‘Green Bonds’ มักถูกนำไปใช้ในโครงการหลักๆ 5 ประเภท ได้แก่

-พลังงานทดแทน

-การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

-อาคารสีเขียว

-การคมนาคมสะอาด

-การบริหารจัดการน้ำและของเสียอย่างยั่งยืน

 

ผู้ออก ‘Sustainability Bonds’ สามารถอ้างอิงให้เป็นไปตามกรอบตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Framework) ที่จัดทำโดย ICMA หรือ ASEAN Sustainability Bond Standards เป็นต้น

 

“โดย Framework จะประกอบด้วยวัตถุประสงค์การใช้เงิน รายละเอียดของโครงการ การติดตามวัดผลและประเมินโครงการต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่า เงินทุนได้นำไปใช้เพื่อพัฒนาความยั่งยืน สังคม และสิ่งแวดล้อม งานสัมมนา Sustainability Bond Forum ครั้งนี้ทำให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน ตลอดจนแนวโน้มการออก Green bonds, Social bond หรือ Sustainability Bond และน่าจะช่วยผลักดันให้องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและ เอกชนมีความเข้าใจและแรงบันดาลใจให้หันมาระดมทุนผ่าน Sustainability Bonds มากขึ้น”



ที่มา :   งานสัมมนา "Sustainability Bond Forum" ที่จัดโดย “สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

          (ThaiBMA)” เดือนม.ค.2020

Share: