เช็คลิสต์หุ้น SET50 ปันผลสูง

แม้จะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนแต่บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งยังคงประกาศจ่ายเงินปันผลตามปกติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน อีกทั้งไม่ว่าจะเกิดวิกฤติหรือไม่ หุ้นปันผลก็มักได้รับความนิยมจากนักลงทุนเสมอ โดยเฉพาะนักลงทุนที่เน้นการลงทุนระยะยาว เพราะนอกจากจะเป็นการลดความเสี่ยงแล้ว ยังได้รับกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างต่อเนื่องอีกด้วย


โดย Wealthy Thai ได้สำรวจหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูง 10 อันดับ ในกลุ่ม SET 50 พบว่า 6 หลักทรัพย์ที่มีอัตราเงินปันผลโดดเด่นอยู่ในหุ้นกลุ่มธนาคาร ได้แก่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP, บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL


นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอื่นที่ให้อัตราเงินปันผลโดดเด่นเช่นกัน คือ หุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC, หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH และหุ้นกลุ่มสื่อสารอย่าง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC

 

 

TCAP ยืนหนึ่งหุ้นปันผล แม้กำไรจากบริษัทลูกจะหายไป 30%

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่แย่ลงอย่างมากจะส่งผลกระทบกับ equity income ของบริษัทในเครือ TCAP หลายแห่ง ซึ่งฝ่ายวิจัยคิดว่ามีสามแห่งที่ส่งสัญญาณว่าส่วนแบ่งผลประกอบการจะแย่ลงอย่างมาก ได้แก่ 1. THANI, 2. MBK และ 3. บล.ธนชาติ (TNS) ขณะเดียวกันยังคาดว่ากำไรจากบริบริษัทลูกตามสัดส่วนการถือหุ้น (equity income) จากการลงทุนใน TMB (20%) จะอยู่ที่เพียง 2.1 พันล้านบาทเท่านั้น  (อิงจากประมาณการกำไรปี 2562 ของ TMB ที่ 1.04 หมื่นล้านบาท)


นอกจากนี้ หลังจากที่โอนกิจการ Tbank ไปอยู่ภายใต้ TMB แล้ว TCAP จะกลายเป็นกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งอย่างแท้จริง โดยมูลค่ากิจการจะมาจากการลงทุนในบริษัทในเครือหลักๆ ทั้งนี้ ภายใต้โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้ง TCAP จะรวมผลการดำเนินงานของ THANI เข้ามาในงบรวมเท่านั้น และจะรับรู้รายได้ในรูปกำไรสุทธิ (equity income) จากบริษัทที่ถือต่ำกว่า 50% โยฝ่ายวิจัยประเมินกำไรของ THANI จะลดลง 50% ของ MBK จะลดลง 30% และการลงทุนในกิจการอื่น ๆ จะลคลง 30% ในขณะที่คาดว่าบริษัทจะมีกำไรพิเศษก้อนใหญ่ 3.0 พันล้านบาท จากการขายหุ้น Ajinomoto


TCAP จ่ายปันผลเยอะในปี 2562 ในขณะที่ปันผลจะกลับมาอยู่บนฐานปกติในปี 2563 แต่เนื่องจากยังมีกำไรพิเศษจากการลงทุน จึงคาดว่ายอดจ่ายปันผลและอัตราผลตอบแทนจะยังคงสูงอยู่ ซึ่งหากใช้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 60% จะได้ DPS ที่ 3.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 10%


ราคาหุ้นของ TCAP ตกลงมากหลังจากที่บริษัทได้ข้อสรุปเรื่องแผนซื้อหุ้นคืนเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2563 ในขณะที่นักลงทุนในตลาดเป็นกังวลกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของ THANI และการปรับลดเรตติ้ง แต่จากข้อมูลที่ได้จาก TCAP ฝ่ายวิจัยคิดว่าราคาหุ้นตกแรงเกินไป และผลการดำเนินงานของ THANI ในไตรมาส 1/63 ก็ไม่ได้แย่จนเกินไป นอกจากนี้ บริษัทยังมีแหล่งเงินทุนที่แน่นอนจากการสนับสนุนผู้ถือหุ้นใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังจะรับรู้กำไรก้อนใหญ่จากการขายหุ้น Ajinomoto ประมาณ 3.0 พันล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาส 1/63 และทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 10% หรือมากกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้นไม่แพง และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลก็น่าสนใจ ฝ่ายวิจัยจึงยังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายที่ 57 บาท

 

Share: