POST เดียวรู้เรื่อง!! 9 โรงไฟฟ้ากับผลงานไตรมาส 1/63 ยังสดใส

หุ้นโรงไฟฟ้าขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มที่ผลประกอบการค่อนข้างมีเสถียรภาพ มีรายได้ที่แน่นอนและมั่นคง ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และส่วนมากจะเป็นสัญญาระยะยาว จึงเป็นที่หมายปองของกลุ่มนักลงทุนอย่างมาก เพราะถือเป็นหลุมหลบภัย หรือ Defensive Stock ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนหนัก

 

ทั้งนี้ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจผันผวน Wealthy Thai จึงได้หยิบยกหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงสุด 9 อันดับ ได้แก่ GULF, GPSC, EA, EGCO, BGRIM, RATCH, BPP, BCPG และ TPIPP โดยในแต่ละหลักทรัพย์ผลประกอบการช่วงไตรมาส 1 /2563 จะมีทิศทางเป็นอย่างไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

GULF หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 1 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ได้ประเมิน GULF โดยระบุว่า ระยะสั้นไตรมาส 1/2563 คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2562 จากส่วนแบ่งกำไรพิเศษบริษัทร่วมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะโรงไฟฟ้าในกลุ่ม GJP มีปิดซ่อมน้อยกว่าไตรมาส 4/2562 รวมถึงค่าใช้จ่าย SG&A คาดจะปรับตัวลงสู่ระดับระดับปกติตามฤดูกาล


แต่คาดกำไรจะถูกหักล้างบางส่วนจากรายได้รวมที่ลดลง เนื่องจากโรงไฟฟ้ากลุ่ม GMP มีปิดซ่อมหลายโรง ซึ่งมากกว่างวดไตรมาส 4/2562 ขณะที่ในส่วนของกําไรสุทธิคาดจะเติบโตเพียงเล็กน้อย หรือเพียงแค่ทรงตัวจากไตรมาส 4/2562 เนื่องจากจะถูกกดดันจาก Unrealized FX loss หากค่าเงิน USD/THB ณ สิ้นงวดไตรมาส 1/2563 อยู่ที่่ราว 32 บาท/ดอลลาร์ฯ อ่อนค่าที่่สุดในรอบ 9 เดือน

 

GPSC หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 2 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ระยะสั้นแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/2563 จะขยายตัวทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการรับรู้โรงไฟฟ้าที่ COD ในไตรมาส 4/2562 เต็มไตรมาส ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการ Refinance และ Weight factor ของโรงไฟฟ้า IPP สูงขึ้นตามฤดูกาล ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” บนราคาเหมาะสมที่ 65.00 บาท (เดิม 77.00 บาท)

 

EA หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 3 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/2563 เติบโตเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน มีปัจจัยหนุนจากความเข้มแสงที่มากขึ้นจากผลของฤดูกาลและภาวะภัยแล้ง แต่เติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหนุมาน ขนาด 260 MW ที่เริ่มทยอย COD ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. 62 ทำให้กำลังการผลิตด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 664 MW โดยมีสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ 42% และสัดส่วนพลังงานลมที่ 58%


EGCO หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 4 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ยังคงประเมินว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/2563 คาดว่าจะเติบโตดีต่อเนื่อง ทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและจากไตรมาสก่อน ตามการผลิตไฟฟ้าที่เพิ้มขึ้น โดยช่วงไตรมาส 4/2562 มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าประเภท IPP ยังคงแนะนำซื้อ เป้าหมาย 358 บาท/หุ้น เนื่องจาก EGCO ถือเป็นหุ้น Defensive Stock มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และถือเป็นหุ้น  Dividend Stock

 

BGRIM หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 5 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้คาดว่า กำไรไตรมาส 1/2563 จะเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทั้งปี 2563 คาดเติบโต 57% ยังคงเป้า 50 บาท โดยแนะนำซื้อ ซึ่งการระบาดของ COVID-19 ยังไม่กระทบลูกค้าอุตสาหกรรม (25% ของรายได้) และในช่วงที่เหลือของปี มีลูกค้าทำสัญญาจะซื้อไฟเพิ่มอีก 31MW ส่วนเรื่องแล้งเชื่อว่าจะจัดการได้เพราะน้ำที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นน้ำ Recycle ในนิคมฯอมตะซิตี้ชลบุรีและระยอง มีเพียงส่วนน้อยที่ใช้แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ส่วนการที่รัฐลดค่าไฟฟ้า 3% ชดเชยได้จากต้นทุนค่าก๊าซที่ลดลง

 

RATCH หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 6 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 1/2563 คาดเติบโตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก 1.รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ Collinsville ประเทศออสเตรเลีย ขนาด 43 MWe ซึ่ง COD ไปเมื่อเดือน มี.ค. 62 และ 2.รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ขนาด 35 MWe ซึ่ง COD ไปเมื่อเดือน มิ.ย. 62


และคาดเติบโตโดดเด่นจากไตรมาสก่อน เนื่องจาก 1.สภาวะอากาศเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน ทำให้อัตราการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น 2.โรงไฟฟ้าหงสากลับมาดำเนินงานปกติ หลังจากหยุดการดำเนินงานไปในช่วงแผ่นดินไหวในไตรมาส 4/2562 และ 3.รับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ โครงการ Xe–Pian Xe–Namnoy ประเทศลาว ขนาด 103 MWe ซึ่ง COD ไปเมื่อเดือน ธ.ค. 62


BPP หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 7 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า


นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยคาดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 จะพลิกกลับมามีกําไรสุทธิ จากการกลับมาเดินเครื่องเต็มที่ตามปกติ และไม่มีปิดซ่อมทั้ง BLCP และ Hongsa รวมถึงรายได้ขายไฟและไอน้ำของโรงไฟฟ้า CHP ทั้ง 3 โรงที่ยังอยู่ในช่วงไฮซีซั่น และยังหนุนจาก SG&A ที่จะลดลงตามฤดกาล


BCPG หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 8 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า


นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/2563 คาดเติบโตอย่างโดดเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำโครงการ Nam San 3A และ 3B ที่เข้าไปลงทุนเมื่อเดือน ก.ย. 62 และเดือน ก.พ. 63 ตามลำดับ ขนาดรวม 114 MW รวมทั้งรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการลมลิกอร์ ขนาด 9 MW ที่ COD ไปเมื่อไตรมาส 2/2562

 

และคาดเติบโตเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นไตรมาสแรกที่เริ่มรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ โครงการ Nam San 3B เป็นไตรมาสแรก ขนาด 45 MW

 

TPIPP หุ้นมาร์เก็ตแคปอันดับ 9 ในกลุ่มโรงไฟฟ้า


นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ ประเมินผลประกอบการไตรมาส 1/2563 จะมีกำไรที่ชะลอตัวลงเหลือ 1,049 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 18% ในขณะที่ยังเติบโตจากปีก่อน 7%  โดยกำไรที่ชะลอตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจาก การเดินไฟที่สะดุดของ กฟผ. 3 รอบ รอบละประมาณ 3 วัน รวมถึง ต้องใช้เวลาการอัพเครื่องจักรให้กลับมาเดินเครื่องเกือบเต็มประสิทธิภาพใหม่ 

 

ส่วนปริมาณขายให้ TPIPL คาดจะชะลอตัวจากความต้องการปูนซีเมนต์ที่ตกต่ำ โดยประเมินยอดขายรวมจะเท่ากับ 2,723 ล้านบาท ลดลง 5% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น  12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะชะลอตัวลงเหลือ 44.7% จาก 47.6% ในไตรมาสก่อน และ 45.0% ในปีก่อน จากประสิทธิภาพที่ลดลง และ คาดจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น


Share: