เลือก ‘กองทุน’ ที่ใช่...ต้องไม่ละเลย ‘Risk Spectrum’!!!

การจัดประเภท “กองทุนรวม” นั้น หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นการจัดเพื่อนักลงทุนอย่างเรามีความเข้าใจถึง ‘ความแตกต่าง’ การลงทุนในแต่ละรูปแบบ รวมถึงเป้าหมายการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่เราได้วางไว้


แต่ในอีกหนึ่งความหมายเป็นการจัดเพื่อบ่งบอกถึงระดับ ‘ความเสี่ยง’ ที่นักลงอย่างเรา ต้องแบกรับไว้ด้วยเช่นกัน และความซับซ้อนในการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุน


ทาง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” ได้แบ่งระดับความเสี่ยงของกองทุนรวมออกเป็น 8 ระดับ (Risk Spectrum)


ตั้งแต่ความเสี่ยงที่มี ‘ความซับซ้อนต่ำ’ ไปจนถึงความเสี่ยงที่มีความมี ‘ความซับซ้อนสูง’ โดยแทนด้วยตัวเลขความเสี่ยงตั้งแต่ 1 - 8


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะแชร์ข้อมูลเหล่านี้ให้ฟังกัน

 

 

“กองทุนรวม” 8 ประเภท...ตาม ‘Risk Spectrum’

“กองทุนรวม” มีมากมายหลายประเภท แต่ละกองจะจัดอยู่ในความเสี่ยงระดับไหนนั้น ทาง ‘บริษัทหลักทรัพยจัดการกองทุนรวม (บลจ.)จะเป็นผู้กําหนดให้ผู้ลงทุนทราบว่าแต่ละกองทุนนั้นมีความเสี่ยงอยู่ที่ระดับใด โดยอาศัย ‘Risk Spectrum’ นี้นั่นเอง ซึ่งประกอบด้วย


“ความเสี่ยงระดับ1” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนตราสารตลาดเงินในประเทศ’ ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก,  ตราสารหนี้ระยะสั้น ภาย ‘ในประเทศ’ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ตั้งแต่ 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มีอายุเฉลี่ยของตราสารที่ลงทุนต่ำกว่า 1 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำสุด


“ความเสี่ยงระดับ2” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองตราสารตลาดเงินที่ลงทุนในต่างประเทศ’ ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก,  ตราสารหนี้ระยะสั้น เหมือนกลุ่มแรก แต่มีการลงทุนใน ‘ต่างประเทศบางส่วน’ ก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นมาอีกระดับ เพราะมีเรื่อง ‘อัตราแลกเปลี่ยน’ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่โดยปกติกองทุนเหล่านี้ก็จะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้

 

 

“ความเสี่ยงระดับที่ 3” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนพันธบัตรรัฐบาล’ ที่มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก, ตราสารหนี้ของภาครัฐ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีตั้งแต่ 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุนจะยาวขึ้นมาอีกเฉลี่ยมากกว่า 1 ปี ก็จะมีความเสี่ยงขึ้นมาอีกระดับ


“ความเสี่ยงระดับที่ 4” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนตราสารหนี้’ จะมีนโยบายลงทุนคล้ายกันกับระดับที่3 แต่จะมีการลงทุนใน ‘ตราสารหนี้เอกชน’ หรือ ‘หุ้นกู้’ เข้ามาด้วยที่ต่างกัน จึงทำให้ระดับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

 

 

“ความเสี่ยงระดับที่ 5” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนผสม’ มีนโยบายลงทุนแบบผสมทั้งใน ‘ตราสารหนี้’ และ ‘หุ้น’ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ขึ้นกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ เป็นสำคัญ


“ความเสี่ยงระดับที่ 6” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนตราสารทุน’ ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเป็นหลักตั้งแต่ 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน


“ความเสี่ยงระดับ 7” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนหมวดอุตสาหกรรม’ มีนโยบายลงทุนในหุ้นในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งตั้งแต่ 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน เช่น เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มสุขภาพ, กลุ่มพาณิชย์, กลุ่มแบงก์ หรือกลุ่มพลังงาน เป็นต้น ก็จะทำให้เกิดการกระจุกตัวในกลุ่มอุตสาหกรรมขึ้นมา ความเสี่ยงก็จะขยับเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่งนั่นเอง


“ความเสี่ยงระดับ 8” ได้แก่ กลุ่ม ‘กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก’ ที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินที่เป็นทางเลือกใหม่ในการลงทุนหรือมีโครงสร้างซับซ้อนเข้าใจยาก เช่น ทองคำ หรือน้ำมัน ตั้งแต่ 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน

 

 

“ส่วนกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนใน ‘Structure Note’ และกลุ่ม ‘กองทุนอสังหาริมทรัพย์’ นั้น บลจ.ต้องพิจารณาว่าจะจัดให้กองทุนนั้นอยู่ในระดับความเสี่ยงใด ซึ่งสามารถอยู่ระหว่าง ‘กองทุนตราสารหนี้’ ไปจนถึง ‘กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก’ ขึ้นกับลักษณะของกองทุนนั้นๆ เป็นสำคัญ”



เราจะเห็นได้ว่า ‘ความเสี่ยง’ ที่แตกต่างกัน ทำให้ ‘ผลตอบแทน’ ที่ได้นั้นมีความแตกต่างไปด้วยเช่นกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนว่าจะรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใดเพื่อให้ได้ผลตอบแทนในระดับที่เราพอใจ และที่สำคัญจะต้องศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อมีความเข้าใจก่อนจะตัดสินใจลงทุน

Share: