เปิดโอกาสการลงทุนสู่...‘ต่างประเทศ’

นับว่าในปัจจุบันการลงทุนในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น ‘หุ้น’, ‘ตราสารหนี้’ หรือ ‘การลงทุนทางเลือก’  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ,ทองคำ หรือน้ำมัน ถือว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนไม่น้อย

         

โลกการลงทุนของนักลงทุนไทยไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศอีกต่อไป!!!

 

ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่าง ‘กองทุนรวม FIF (Foreign Investment Fund)’ หรือจะเข้าใจง่ายๆ ได้ว่า กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ ‘ไม่น้อยกว่า 80%’ ของมูลค่าสินทรัพย์กองทุน

           
และเป็นกองทุนที่ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จะนำข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ มาแชร์ให้แก่นักลงทุนทุกท่าน ได้เข้าใจหรือมีข้อมูลมากขึ้นในกรณีที่มีพื้นฐานกันมาแล้ว

 

“กองทุนรวม FIF”…มีหลายหลายรูปแบบให้เลือกลงทุน

 

ก่อนอื่นเลยนั้น ‘กองทุนรวม FIF’ เป็นกองทุนที่ได้รับอนุญาต ทั้งจาก ‘สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)’ และ ‘ธนาคารแห่งประเทศไทย’ อย่างถูกต้อง

 

มีรูปแบบการบริหารกองทุนในปัจจุบัน เป็น 2 แบบหลักๆ คือ

 

1.บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บริหารกองทุนด้วยตนเอง โดยนำไปลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสินค้าทางการเงินต่างๆ ในต่างประเทศ

2.แบบที่บลจ.ไทยไปซื้อกองทุนรวมที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้มีการกระจายความเสี่ยงไปในสินค้าทางการเงินอื่นๆ ที่มีความหลากหลายมากขึ้น

 

ซึ่งในแบบที่ 2 นี้ จะมีวิธีการลงทุนที่ บลจ. แตกออกอีก 2 วิธี คือ

1.นำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศเพียงกองเดียว (Feeder Fund) ซึ่งเรียกว่า  ‘Master Fund’

                    


 

  1. ลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศหลายๆ กอง (Fund of Funds) เช่นมีนโยบายลงทุนในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจะนำเงินไปลงทุนในประเทศต่างๆ อย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศบาห์เรน เป็นต้น

“แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่นักลงทุนได้ให้ความสนใจอย่างล้นหลามในการลงทุนต่างประเทศ บลจ. ได้มีออฟชั่นเสริมใหม่ๆ ให้นักลงทุนได้เลือกสรรตามความพอใจเลยก็ว่าได้”

 

ไม่ว่าจะเป็น ธีมการลงทุนต่างๆ อย่าง ‘ขนาดของหุ้น’ ที่มีตั้งแต่ ‘หุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ ตลอดจนเป็น ‘สไตล์’ ของหุ้น เช่น ‘หุ้นคุณค่า (Value)’ หรือ ‘หุ้นเติบโต (Growth)’ หรือ ‘หุ้นปันผลสูง (High Dividend)’ ไปจนถึงรายเซ็กเตอร์ เช่น ‘หุ้นสุขภาพ’ ‘หุ้นเทคโนโลยี’ เป็นต้น

           

นอกจากนี้เอง ยังมีไปถึงแบบ ‘ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Hedge)’ และ ‘ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged)’ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีการเปิดเผยในหนังสือชี้ชวน เพื่อให้นักลงทุนได้มีข้อมูลอย่างครบถ้วนประกอบการตัดสินใจนั่นเอง


“จากข้อมูลข้างต้น เราหวังว่าจะเป็นอีก ‘ทางเลือก’ หนึ่งสำหรับผู้ลงทุนที่ชื่นชอบในการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ หรือต้องการจะ ‘กระจายการลงทุน’ ไปในประเทศอื่นๆ ที่มีโอกาสที่จะให้ผลตอบแทนแตกต่างจากการลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียว”

Share: