“ม.ภาษี”...หนึ่งในปัจจัยช่วยนักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

 

Morningstar” ได้เปิดเผยรายงานผลการศึกษาประสบการณ์การลงทุนในด้าน ‘กฎเกณฑ์และการจัดเก็บภาษี (Regulation and Taxation)’ ของอุตสาหกรรมกองทุนทั่วโลก พบว่ามีการใช้กฎเกณฑ์ อย่างเพียงพอแต่โดยทั่วไปยังไม่เป็นการบังคับใช้แบบเชิงรุก

 

มี 3 ประเทศ ได้แก่ ‘เนเธอร์แลนด์’ ‘สวีเดน’ และ ‘สหราชอาณาจักร’ ได้คะแนนระดับ Top ในหัวข้อ Regulation and Taxation นี้

 

ในขณะที่มี 6 ประเทศ ได้แก่ ‘ออสเตรเลีย’ ‘แคนาดา’ ‘จีน’ ‘ญี่ปุ่น’ ‘นิวซีแลนด์’ และ ‘สหรัฐ’ ได้คะแนนระดับ Below Average

 

ส่วน ‘ไทย’ เองนั้น ได้คะแนนอยู่ในกลุ่ม Average

 

วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับรายงานเรื่องนี้มาฝากกัน

 

ทุกประเทศ...มีมาตรการปกป้องคุ้มครองนักลงทุน

 

Morningstar, Inc. (Nasdaq: MORN)” ผู้นำด้านการวิจัยการลงทุนอิสระได้เปิดเผยข้อมูลผลการศึกษาประสบการณ์การลงทุนทั่วโลก ‘Global Investor Experience (GIE)’ ที่จัดทำขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยเป็นการให้คะแนนด้านประสบการณ์การลงทุนกองทุนรวมของนักลงทุนใน 26 ตลาดการลงทุนในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ในหัวข้อ ‘กฎเกณฑ์และการจัดเก็บภาษี (Regulation and Taxation)’

 

“เป็นการประเมินโครงสร้างกฎเกณฑ์และภาษีที่เกี่ยวข้องกับ ‘กองทุนรวม’ โดยให้ระดับคะแนนแต่ละตลาดเป็น Top, Above Average, Average, Below Average, and Bottom

 

ในการสำรวจครั้งนี้ “Morningstar” ไม่ไดให้คะแนนระดับ Bottom ในตลาดใด เนื่องจากในทุกตลาดมีมาตรการเพื่อปกป้องคุ้มครองนักลงทุน

 

Aron Szapiro” Head of Policy Research ของ Morningstar และหนึ่งในผู้เรียบเรียงรายงานผลการศึกษานี้ บอกว่า หากจะพูดถึงด้านกฎเกณฑ์และการจัดเก็บภาษีของอุตสาหกรรมกองทุน เรามองหานโยบายที่ส่งเสริมให้นักลงทุนประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง เช่น ‘มาตรการภาษี’ ที่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน รวมทั้งกฎเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมความโปร่งใส และจำกัดเหตุที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความขัดแย้งทางผลประโยชน์

 

“เราพบว่าผู้มีอำนาจควบคุมในสหรัฐและแคนาดามีการใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามแนวทางการปฏิรูปไม่ไดก้าวทันตามประเทศอื่นทั่วโลก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สหรัฐและแคนาดายังคงได้คะแนนระดับ Below Average อย่างต่อเนื่องในการศึกษาหัวข้อนี้”

 

“สิงคโปร์ & ฮ่องกง”...เป็น 2 ประเทศที่ไม่มีการเก็บภาษีใด ๆ จากผู้ลงทุน

 

สำหรับ ‘เนเธอร์แลนด์’ ‘สวีเดน’ และ ‘สหราชอาณาจักร’ ได้คะแนนระดับสูงสุด (Top) แม้ว่าจะไม่มีประเทศใดมีระบบภาษีที่ดีที่สุด แต่ประเทศเหล่านี้ให้สิทธิประโยชน์เพื่อเป็นแรงจูงใจให้บุคคลทั่วไปลงทุนไดเป็นอย่างดี ‘สหราชอาณาจักร’ ยังคงมีการขยายมาตรการการลงทุนภาคบังคับอย่างต่อเนื่อง

 

“ในขณะเดียวกัน ‘เนเธอร์แลนด์’ มีจุดเด่นในการห้ามเก็บค่าธรรมเนียมการขาย และ ‘สวีเดน’ มีจุดเด่นในด้านการกำกับดูแลที่เข้มงวด รวมทั้งเป็นผู้นำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ ESG”

 

ประเทศในทวีปยุโรปภายใต้การกำกับดูแลของ MiFID II ได้คะแนนในระดับ Average เป็นอย่างต่อเนื่องจากเกณฑ์การลงทุนกระตุ้น ให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ เช่น soft-dollar, commissions และมีความโปร่งใสที่มากขึ้น”

 

                     

 

ส่วน ‘ออสเตรเลีย’ ‘แคนาดา’ ‘นิวซีแลนด์’ และ ‘สหรัฐ’ ยังคงเป็นรองตลาดอื่นเช่นเดิม โดยประเทศเหล่านี้มีกฎเกณฑ์บังคับใช้แนวปฏิบัติและแนวทางการขายที่เพียงพอตามมาตรการขั้นพื้นฐาน และนักลงทุนสามารถได้รับประสบการณ์การลงทุนที่ดี

 

“อย่างไรก็ตามประเทศเหล่านี้ยังคง ‘ขาดมาตรฐาน’ ที่ประเทศอื่นใช้กำกับดูแลด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์และสร้างแรงจูงใจหรือให้สิทธิประโยชน์การลงทุน นอกจากนี้ทั้ง ‘ออสเตรเลีย’ ‘แคนาดา’ และ ‘สหรัฐ’ ยังคงตามหลังประเทศอื่นในด้านนโยบายทางภาษี ทำให้อาจเป็น ‘อุปสรรค’ หรือขาดแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน

 

จากทั้งหมด 26 ตลาด ที่ทำการศึกษามีเพียง ‘สิงคโปร์’ และ ‘ฮ่องกง’ ที่ไม่เก็บภาษีใดๆ จากผู้ลงทุนกองทุนรวม ในหลายตลาดมีการยกเว้นการเก็บภาษีจากกำไรส่วนต่างหากผู้ลงทุนยังถือครองหน่วยอยู่ แต่ก็อาจมีการเก็บจากส่วนอื่นแทน

 

“ในขณะที่ ‘สหรัฐ’ และ ‘ออสเตรเลีย’ จะต่างจากตลาดอื่นคือ มีการเก็บภาษีจากกำไรส่วนต่างจากกองทุนซึ่งจะส่งผลกระทบไปที่ผู้ลงทุนที่ยังถือครองกองทุนนั้นๆ อยู่”

 

“จีน”...ยังขาดการออมเพื่อเกษียณที่เพียงพอ

 

หันมาดู ‘จีน’ ยังคงขาดการส่งเสริมให้มี ‘การออมเพื่อการเกษียณ’ ที่เพียงพอ รวมทั้งการสนับสนุนการลงทุนผ่านกองทุนรวมในวงกว้าง ‘จีน’ มีเพียงโครงการบำเหน็จบำนาญที่บริหารจัดการโดยภาครัฐโดยไม่มีรูปแบบกองทุนแบบกำหนดเงินสมทบภาคบังคับอื่นใด นอกจากนี้กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลของต้นทุนค่าใช้จ่าย third-party research และ soft dollars ค่อนข้างหละหลวม

 

“ถึงแม้ว่าจีนมีความพยายามที่จะเปิดตลาดทุนมากขึ้น ตัวเลือกของกองทุนยังคงจำกัดอยู่กับกองทุนในประเทศเท่านั้น”


ด้าน ‘ญี่ปุ่น’ มีคะแนนลดลงไปที่ระดับ Below Average จากระดับ Average แม้ว่าจะมีการพัฒนาเชิงบวก แต่ญี่ปุ่นไม่มีข้อบังคับเรื่องการเปิดเผยข้อมูลต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายด้าน third-party research ที่จ่ายจากกองทุนรวม รวมทั้งไม่มีการเปิดเผยรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกี่ยวกับผู้แนะนำการลงทุนหรือผู้ขาย

 

นี่เป็นเพียงบทสรุปบางส่วนจากรายงานฉบับนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้ผู้ลงทุนในกองทุนรวมในแต่ละประเทศมีประสบการณ์ที่ดีในการลงทุนนั่นเอง

Share: