กลุ่ม ปตท.ปิดเช้าร่วงยกแผง สวนทางราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว

เข้าสู่ช่วงเดือน พฤษภาคม 2563 แล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างมองว่าจะเป็นเดือนแห่ง  Sell in May โดยเป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนขายหุ้นทำกำไรในช่วงเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะรอให้ตลาดปรับฐานลงถึงจุดต่ำสุด ซึ่งโดยสถิติจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ จนกระทั่งเริ่มเห็นสัญญาณตลาดฟื้นตัว จึงค่อยเริ่มซื้อหุ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จะเป็นอย่างที่นักวิเคราะห์คาดการณ์หรือไม่ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป


แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มน้ำมัน เพราะล่าสุด ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยหน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น จากการที่หลายประเทศทั่วโลก เช่น อิตาลี ฟินแลนด์ และสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ชะลอตัวลง และต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ฟื้นตัวขึ้น 


ส่วนกำลังการผลิตน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลดลง หลังกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรหรือที่เรียกว่ากลุ่มโอเปกพลัส ได้เริ่ม ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบตามข้อตกลงที่ระดับ 9.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563

 

 

เทรดวอร์ส่อแววกลับมาตึงเครียด

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน มีแนวโน้มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ เพื่อตอบโต้จีนจากกรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสCOVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบโลกทั้ง WTI และ  Brent ปรับเพิ่มขึ้น 4 วันติดและทำจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์   โดยปัจจัยหนุนหลักๆมาจาก ฝั่ง Demand การบริโภคน้ำมันผ่อนคลาย หลังจากหลายประเทศทั่วโลกผ่อนคลายให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้บางส่วนและทยอยเปิดธุรกิจ (Reopen)  ล่าสุด คือ ฟินแลนด์  และสหรัฐ ในบางรัฐยังคงทยอยเปิดต่อเนื่อง  ล่าสุด เปิดทั้งหมด 28 รัฐจากทั้งหมด 50 รัฐในสหรัฐ      


ขณะที่ฝั่ง Supply ตลาดยังให้น้ำหนักการประชุม OPEC+ รอบพิเศษวันที่ 10 พ.ค. มีแนวโน้มตัดลดกำลังการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันทำข้อตกลงลดกำลังการผลิต 10 ล้านบาร์เรล/วัน  เพื่อชดเชย Demand ที่หายไป 


ดังนั้นจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับขึ้นติดต่อกันดังกล่าว ถือเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นพลังงาน โดยแนะนำลงทุน  PTTEP  เป้าหมาย 100 บาท และ PTT เป้าหมาย  42 บาท

 

 

 

PTT ปันผลสูง 4.5% ต่อปี

โดยราคาน้ำมันดิบโลก ที่ดีดขึ้นมาแรงถือเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นพลังงานอย่าง PTT อีกทั้งราคาหุ้นผ่านการปรับฐานสะท้อนผลกระทบเชิงลบตามอุตสาหกรรมพลังงานไปแล้วในระดับหนึ่ง ถึงแม้ทิศทางกำไรปี 2563 ไม่เติบโตโดดเด่น แต่ยังทรงตัวได้ในระดับสูงและคาดหลังปันผลสูงถึง 4.5% ต่อปี


ส่วนมุมมองนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ได้ประเมินว่า “กลุ่มพลังงาน”  ที่คาดจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการฟื้นตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปของราคาน้ำมัน คือ PTT, PTTEP, PTTGC, TOP และ SPRC โดยคาดราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI. จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 20-30ดอลลาร์/บาร์เรลในเดือนนี้

Share: