กฎ 72 ผู้ช่วยวางแผนการเงิน

เมื่อเราลงทุนหรือเก็บเงินก็ย่อมอยากรู้ว่าจำนวนเงินที่เราเก็บออมต่อเดือน หากผ่านไป 5 ปี 10 ปี เงินก้อนนี้จะเป็นเท่าไหร่ นอกจากนี้แล้วเมื่อเราเก็บเงินไปเรื่อย ๆ หน้าที่การงานมั่นคงขึ้น เงินเดือนหรือเงินเก็บก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้หลาย ๆ คน เพิ่มการเก็บเงินแบบ “ขั้นบันได” เพื่อให้เงินของเรางอกเงยขึ้น วันนี้ Wealthy Thai เลยอยากชวนมาทำความรู้จักกับ “กฎ 72” เผื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวางแผนการเงิน

 

ก่อนอื่นเลย กฎ 72 คืออะไร? ใช้ทำอะไรได้บ้าง? เรื่องนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อธิบายว่า กฎของตัวเลข 72 หรือ The Rule of 72 เป็นสูตรคำนวณเพื่อประมาณการคร่าว ๆ ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด เงินต้นจำนวนหนึ่ง ๆ นั้นจึงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า 

 

โดยคำนวณจากอัตราผลตอบแทนที่กำหนดและระยะเวลาที่ต้องการออม เช่น น้องตุ่นอยากเก็บเงิน 2 ล้านบาท โดยกำหนดอัตราผลตอบแทนปีละ 2% จะต้องใช้เวลาเก็บเงินกี่ปี เงินถึงเพิ่มเป็น 4 ล้านบาท

เมื่อใช้สูตรคำนวณ จะพบว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 36 ปีถึงเงินจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยเบ็ดเสร็จจะมีเงินประมาณ 4,079,775 ล้านบาท 

 

(ที่มา : คำนวณจาก https://www.set.or.th/project/caltools/www/html/72.html)

 

 

และนอกจากการคำนวณ เพื่อให้เราวางแผนการเงินง่ายขึ้นแล้วว่าจะต้องเก็บเงินกันกี่ปี ข้อดีของการคำนวณของกฎ 72 คือสามารถใช้เปรียบเทียบการเลือกการลงทุนได้เป็นอย่างดี จากตัวอย่างจะเห็นว่า หากเราจะเพิ่มเงินเป็น 2 เท่าจะใช้เวลานานถึง 36 ปี แต่หากปรับ “อัตราผลตอบแทนใหม่” จาก 2% เพิ่มเป็น 10% จะพบว่าน้องตุ่นจะใช้เวลาเก็บเงินแค่ 8 ปี เงินก็จะเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือ 4,287,178 ล้านบาท ดังตัวอย่างข้างล่างนี้


(ที่มา : คำนวณจาก https://www.set.or.th/project/caltools/www/html/72.html)

 

นอกจากนี้สูตรดังกล่าวสามารถประยุกต์ใช้กับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็ได้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าการกู้ยืมเงินหรือการใช้บัตรเครดิตนั้นมีดอกเบี้ยสูงแค่ไหน เพื่อให้เราวางแผนการเงินได้รอบคอบ โดยเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปคำนวณเพื่อวางแผนทางการเงินได้ที่ https://www.set.or.th/project/caltools/www/html/72.html

 

 

 ที่มาข้อมูล : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

Share: