“บลจ.วรรณ”...ส่ง 2 ‘กอง SSF’ เน้นลงทุนต่างประเทศ ขาย 11 พ.ค. 20 เป็นต้นไป

“บลจ.วรรณ”...เปิดตัว 2 ‘กอง SSF’ ลุยหุ้นต่างประเทศ ‘ONE-ALLCHINA-ASSF’ และ ‘ONE-UGG-ASSF’ เปิดเสนอขาย 11 พ.ค. นี้ เป็นต้นไป


นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า ตามแผนการจัดตั้งกองทุนเพื่อการออม (Super Saving Fund : SSF) นั้น ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการเปิดเสนอขายกองทุนรวมประเภทดังกล่าว จำนวน 2 กองทุน ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 63 เป็นต้นไป ได้แก่


-‘กองทุนเปิด วรรณ ออลไซน่า อิควิตี้ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม แบบไม่จ่ายเงินปันผล (ONE-ALLCHINA-ASSF)’


-‘กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม แบบไม่จ่ายเงินปันผล (ONE-UGG-ASSF)’


“ในส่วนของจุดเด่นของนโยบายทั้ง 2 กองทุนนี้จะมุ่งเน้นลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก โดยจะเสนอขายตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 20 เป็นต้นไป”

 

(พจน์ หะริณสุต)

 


นายพจน์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของต่างประเทศนั้น บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในประเทศจีน โดยปัจจุบันรัฐบาลจีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ภายในประเทศได้แล้ว อีกทั้ง รัฐบาลจีนและธนาคารกลางจีนยังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็กที่ประสบปัญหาสภาพคล่องในก่อนหน้านี้  ส่งผลให้จีนมีแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้รวดเร็วกว่าประเทศอื่นเมื่อพิจารณาจากพื้นฐานเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังเป็นจุดเปลี่ยนให้พฤติกรรมของคนในสังคมเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หากวิเคราะห์ในเชิงของธุรกิจนั้น


“มองว่า กลุ่มอุตสาหกรรม Technology เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความน่าสนใจ เพราะจะได้รับประโยชน์อย่างเด่นชัดจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันต่อเนื่องไปถึงอนาคตอันใกล้”


ดังนั้น บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการลงทุนที่มีนโยบายลงทุนที่สอดคล้องกับการลงทุนระยะยาว โดย ‘ONE-ALLCHINA-ASSF’ จะเน้นคัดเลือกหุ้นเติบโตก้าวกระโดดไปพร้อมกับเศรษฐกิจจีนในยุคใหม่ในการลงทุนหุ้นจีน ซึ่งกลยุทธ์ที่โดดเด่นของกองทุนนี้ คือ การลงทุนแบบ All-in-One ไปกับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นจีน All China ที่มีความยืดหยุ่นสูง ลงทุนได้หลากหลายตลาด โดยมองหาโอกาสการลงทุนหุ้นจีนที่ดีที่สุดทั้งในและนอกประเทศจีน อาทิ  หุ้นจีน A shares, H shares, ADRs, Red chips และ P chips


“กองทุนสามารถปรับเปลี่ยนนำหลักการลงทุนในตลาด Offshore และ Onshore ได้โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุนในแต่ละตลาด ซึ่งเป็นเครื่องมือสะท้อนมุมมองการลงทุนของผู้จัดการหลักได้อย่างเต็มที่เมื่อเปรียบเทียบกับ กองทุนหุ้นจีนอื่นๆ ในอุตสาหกรรมซึ่งส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดด้านนี้ โดย ‘ONE-ALLCHINA-ASSF’ มีกองทุนบริหารจากลงทุนโดย UBS Asset Management และมีดัชนีอ้างอิง MSCI China All-Shares”


นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วน ‘กอง ONE-UGG-ASSF’ จะเน้นนโยบายลงทุนภายใต้แนวคิดคัดเลือกหุ้นทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นในระดับโลกระยะยาว ซึ่งกองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund เน้นลงทุนในบริษัทที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาวจากทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนอย่างแท้จริงในระยะเวลา 5-10 ปี ตัวอย่างการลงทุนในพอร์ต ได้แก่ Amazon, Tesla, Facebook, Netflix, Illumina, Alibaba, Tencent เป็นต้น นอกจากนี้ รูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ (new normal) และการเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) จะช่วยเร่งการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อธุรกิจในระยะยาวและนำมาสู่ผลตอบแทนที่ดีในการลงทุนในที่สุด


ทั้ง ‘ONE-ALLCHINA-ASSF’ และ ‘ONE-UGG-ASSF’ ยังคงใช้นโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับ  ‘กองทุนเปิด วรรณ ออล ไชน่า อิควิตี (ONE-ALLCHINA)’ และ ‘กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ (ONE-UGG)’ ในประเภทกองทุนรวมปกติ (ไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี) ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทยังคงคำแนะนำให้ทยอยสะสม แม้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัย Covid-19 ก็ตาม เนื่องจากหากพิจารณาระยาว ทั้งสองกองทุนยังมีโอกาสเติบโตได้ดี โดยผลการดำเนินงาน ‘กอง ONE-AllCHINA’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (2018)  1 ปี  6 เดือน อยู่ที่ระดับ 10.97%  2.57% และ 7.01% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 9 เม.ย. 20)


ขณะที่ ‘กอง ONE-UGG’ ผลการดำเนินงาน ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน(2016)  3 ปี 1 ปี อยู่ที่ระดับ 20.72% 17.14%  และ 19.85% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 20)


“การนำนโยบายการลงทุนของกองทุนชนิดปกติมาเป็นหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออมนั้น เนื่องจากบริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และมีความเหมาะสมกับระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม นั่นคือการลงทุนในระยะยาว 10 ปี ถึงจะครบกำหนดอายุการไถ่ถอน อย่างไรก็ดี ‘กอง ONE-ALLCHINA-ASSF’ และ ‘ONE-UGG-ASSF’ นอกจากจะเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่สามารถถือลงทุนระยะยาวได้แล้ว ผู้ลงทุนต้องสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดต่างประเทศได้ด้วย”

Share: