“ปลดล็อก” ข้อจำกัดในตลาดหุ้นไทย...สู่การลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นโลก’!!!

วิกฤติ COVID-19’ ครั้งนี้ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทั้งต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ไทยเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น


ต้องยอมรับว่า
... ประเทศไทย ในเวทีโลกนั้นยังมีขนาดที่เล็กมากทั้งในด้านของขนาดเศรษฐกิจและตลาดหุ้น หากมองในด้านของโอกาสการลงทุนใน หุ้นแล้ว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีโอกาสอีกมากมายที่รอเราอยู่นอกประเทศ

ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงมาเหมือนๆ กัน แต่ มาก-น้อย แตกต่างกันไป ถือเป็น โอกาส ที่มาใน วิกฤติ ก็คงไม่ผิดนัก


ถ้าคุณลงทุนในหุ้นแล้ว
หุ้นโลก ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ควรจะมีไว้ในพอร์ต ซึ่งทาง บลจ.พรินซิเพิล ได้คัดเลือก ‘2 กองทุนเด่น ในกลุ่มนี้ของบริษัท ได้แก่ กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ (PRINCIPAL GOPP)’ และ กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล แบรนด์ (PRINCIPAL GBRAND)’ มาเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุนกัน


หุ้นโลก”...ปลดล็อกข้อจำกัดของตลาดหุ้นไทย

ในดัชนี “MSCI ACWI” ซึ่งเป็นตัวแทนของตลาดหุ้นทั่วโลกนั้น ประกอบด้วย หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว 23 แห่งหุ้นตลาดเกิดใหม่’ 26 แห่ง ซึ่งเป็นตัวแทนของโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกกว่า 85% นั้น ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสที่มีอยู่ใน หุ้นโลก ได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านประเทศ ความหลากหลายของหุ้น เป็นต้น แน่นอนว่า หุ้นไทยก็เป็นโอกาสเล็กๆ ในแผนที่การลงทุนนี้ด้วยเช่นกัน (ที่มา: MSCI, Data as of 30 Apr 2020)


หุ้นหลายตัว ในตลาดหุ้นไทยไม่มีให้ลงทุน แต่ถ้าคุณมองออกไปในโลก ยังมีโอกาสรออยู่มากมาย ที่คุณเองอาจจะใช้อยู่ในชีวิตประจำวันของตัวเองอยู่แล้วด้วย เช่น โปรแกรม Microsoft, Facebook เป็นต้น ซึ่งนักลงทุนไทยน่าจะตื่นเต้นดีใจที่ปัจจุบัน การลงทุนใน หุ้นต่างประเทศผ่านกองทุนรวมสามารถทำได้สะดวกง่ายดาย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงไม่กี่บาทเท่านั้น เราจะตื่นเต้นกับสินค้าต่างชาติ อาหารต่างชาติ ที่มาบุกเบิกตลาดในไทย แต่เรากลับไม่ตื่นเต้นสักเท่าไร เมื่อมีโอกาสได้ลงทุนในหุ้นต่างประเทศเท่าที่ควร ซึ่งในอดีตสิ่งเหล่านี้แทบจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวสำหรับนักลงทุนทั่วไปเลยก็ว่าได้


ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยติดลบ 18.93% ไม่ต่างกับสภาพของตลาดหุ้นอื่นทั่วโลก แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ 1.84 แสนล้านบาท (ที่มา: SET, Data as of 15 May 2020) จนทำให้นักลงทุนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วนักลงทุนต่างชาติไปลงทุนกันที่ไหน หุ้นไทยก็ปรับลงมามาก ยังไม่น่าสนใจอีกหรือ


ต้องบอกว่าโอกาสการลงทุนใน หุ้นโลก มีอยู่มากมาย เมื่อมองโดยเปรียบเทียบอาจมีตลาดหุ้นอื่นในโลกที่มีความน่าสนใจมากกว่า แม้โดยภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับลงมาเหมือนๆ กัน แต่ศักยภาพของแต่ละบริษัทในแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน ในจังหวะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงมาจากวิกฤติ COVID-19 แต่ก็มีหุ้นที่น่าสนใจและมีศักยภาพทางธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับสถานการณ์ Lock Down หรือ Work from Home นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่อธิบายปรากการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี


และด้วยโอกาสที่มีมากกว่านี้เอง
ทำให้ กองทุน PRINCIPAL GOPP’ และ กองทุน PRINCIPAL GBRAND’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ใช้การบริหารแบบ Active Management คัดเลือกหุ้นรายตัวที่มีคณภาพและศักยภาพเพื่อลงทุน สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนีเทียบวัดประมาณ 10% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสที่มีอยู่ในตลาดหุ้นโลกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 


หุ้นเติบโต (Growth Stock)”…สามารถโตฝ่าวิกฤติ COVID-19


หนึ่งในสไตล์ของหุ้นที่น่าสนใจและสามารถตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
นั่นคือ หุ้นเติบโต (Growth Stock)’ แน่นอนว่าในตลาดหุ้นไทยก็มีหุ้นประเภทนี้อยู่เช่นกันแต่จะดีกว่าไหม หากคุณสามารถมีตัวเลือกการลงทุนเพิ่มเติมกับหุ้นเติบโตที่มีอยู่ทั่วโลก


ในช่วง
4 เดือนแรก ผลกระทบของ COVID-19 ทำให้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง 12.78% (ที่มา: MSCI, Data as of 30 Apr 2020) แต่กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ (PRINCIPAL GOPP)” สามารถทำผลตอบแทนได้ 2.24% สะท้อนถึงโอกาสการลงทุนที่มีอยู่ในตลาดหุ้นโลกได้เป็นอย่างดี แต่ก็คงไม่ใช่ว่าจะเป็นหุ้นโลกที่ไหน หุ้นอะไรก็ได้ก็หาไม่ หากแต่ต้องได้ผู้จัดการกองทุนที่มีฝีมือในการบริหารมาทำหน้าที่คัดเลือกหุ้นดีที่มีคุณภาพให้กับผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน


ซึ่ง
กองทุน PRINCIPAL GOPP’ สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเป็นกองทุน Feeder Fund ที่มีนโยบายลงทุนใน ‘Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund’ บริหารโดย “Morgan Stanley Investment Management (ACD) Limited” เน้นลงทุนในหุ้นธุรกิจคุณภาพดีทั่วโลกที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ หรือผู้อยู่รอดในกระแสโลกาภิวัฒน์ มีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต


เนื่องจากหุ้นที่กองทุนเน้นลงทุนจะเป็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตได้ดีในอนาคต
ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ที่ลงทุนจึงมีลักษณะเป็นธุรกิจประเภท ‘SaaS (Software as a Service)’ หรือธุรกิจประเภท ‘Platform’ ต่างๆ เช่น Amazon, Google, MeituanDianping (ธุรกิจสั่งอาหารออนไลน์)


ดังนั้น การระบาดของไวรัส COVID-19 จึงมิได้ส่งผลต่อพื้นฐานธุรกิจในกลุ่มนี้อย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด นอกจากนี้กองทุนยังได้มีการลงทุนในสินค้ากลุ่มอื่นๆ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องมือแพทย์ ฯลฯ โดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางการเงินที่ดี (เช่น มีหนี้ไม่สูง กระแสเงินสดแข็งแกร่ง ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วจะสามารถลดผลกระทบจากปัจจัยเรื่องการระบาดของ COVID-19 ได้ระดับหนึ่ง


ตัวอย่างหุ้นในพอร์ต เช่น ‘TAL Education Group’ ผู้นำด้านโรงเรียนติวในจีน เน้น Math, Science และ English มีนักลงเรียนที่ลงทะเบียน 3 ล้านคน ลงทะเบียนตั้งแต่ .1-.6 ดังนั้นเวลาลงทะเบียนก็จะอยู่กับบริษัทไปยาวนาน 12 ปี มีโรงเรียนติวเกือบ 800 สาขา ใน 70 เมือง ทั่วประเทศจีน ในช่วงวิกฤติ COVID-19 กลับมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเพราะมีนักเรียนลงทะเบียน Online Courses เพิ่มขึ้นทำให้รายได้เพิ่มขึ้นด้วยในช่วงวิกฤตินี้


‘Amazon.com Inc.’
ผู้นำด้าน Online Retailer และ Cloud Computing มี Active Users 460 ล้านคน มี Prime Members ที่จ่ายค่าสมาชิกทุกปี140 ล้านคน แสดงว่ารายได้มีความมั่นคงสูงมาก มีพนักงาน 840,000 คน ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ยังจ้างงานเพิ่มอีก 175,000 คน แสดงว่าธุรกิจของบริษัทยังโตเพิ่มขึ้นอีกในช่วงวิกฤติ COVID-19

 
จะเห็นว่าหุ้นในพอร์ตของกองทุนหลักนั้น ไม่เพียงจะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติในครั้งนี้แต่ยังเป็นหุ้นที่ตอบโจทย์ในวิถีใหม่ยุคหลัง COVID-19 ที่เป็น ‘New Normal’ อีกด้วย ด้วยกระบวนการคัดเลือกหุ้นอย่างมืออาชีพทำให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีเทียบวัดอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา

 


หุ้น Defensive”…แข็งแกร่งทุกภาวะเศรษฐกิจ-ผันผวนน้อยกว่าตลาดรวม


ตลาดหุ้นกับ
ความผันผวน ถือเป็นเรื่องธรรมชาติหนึ่งของหุ้น แต่นั่นก็ตามมาด้วยโอกาสของผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นในระยะยาวด้วยเช่นกันหากใครที่ยังไม่แน่ใจต่อภาวะตลาดในระยะสั้น แต่เชื่อว่าในระยะยาววิกฤติต้องผ่านพ้นไป ทุกอย่างต้องคลี่คลายในที่สุด เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับทุกวิกฤติในอดีต กลุ่ม หุ้น Defensive’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคุณได้เป็นอย่างดีในภาวะตลาดผันผวน


ด้วยจุดเด่นของ หุ้น Defensive’ นั้น น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุนในระดับหนึ่งเลยทีเดียว อาจไม่ใช่หุ้นที่ราคาเคลื่อนไหวหวือหวา แต่พื้นฐานทางธุรกิจถือว่าแข็งแกร่ง สามารถลุยไปได้ในทุกภาวะเศรษฐกิจไม่ว่าจะดีหรือร้าย เวลาตลาดหุ้นแย่ หุ้นกลุ่มนี้ก็จะปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดโดยรวม ในทางกลับกันเมื่อตลาดหุ้นดี หุ้นประเภทนี้ก็สามารถดีได้ตามทิศทางของตลาดเช่นเดียวกัน


หุ้นสไตล์นี้ในตลาดหุ้นไทยก็มีให้เห็นอยู่พอสมควร
แต่ถ้าคุณมีโอกาสออกไปลงทุนในหุ้น Defensive ในตลาดหุ้นทั่วโลกย่อมจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้ กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล แบรนด์ (PRINCIPAL GBRAND)” น่าจะเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดี

สำหรับ กองทุน PRINCIPAL GBRAND’ นั้น เป็นกอง Feeder Fund เช่นเดียวกัน จะลงทุนใน ‘Morgan Stanley Investment Funds - Global Brands Fund’ ที่บริหารโดย “Morgan Stanley Investment Management (Ireland) Limited.”

โดยกองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการที่มีแบรนด์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าและบริการที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งนับตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนเลยทีเดียว


ดังนั้น หุ้นที่กองทุนหลักเน้นลงทุนส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีกระแสเงินสดมาก และเป็นเจ้าของสินค้าบริการที่มีลักษณะค่อนข้าง Defensive และไม่ได้ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจแต่ประการใด ทำให้โดยพื้นฐานแล้วอุปสงค์ของสินค้าเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 มากนัก เช่น ธุรกิจ software ที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินกิจการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘SAP software’ องค์กรในลักษณะ B2B ซึ่งเป็นตัวช่วยจัดการระบบต่างๆ เช่น Inventory management, supply chain management  หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคซึ่งมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เป็นต้น


ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตของกองทุนหลัก
เช่น ‘Microsoft Inc.’ เป็นหุ้นเทคโนโลยีสไตล์ Defensive ผู้นำด้าน Software และ Cloud Computing ในช่วงวิกฤติ COVID-19 การทำงานที่บ้านก็มีหลายแห่งที่ใช้ Microsoft Teams เป็นหนึ่งใน Software ที่มีคนใช้เพิ่มมากขึ้นหลายเท่าในช่วงที่ทุกคนต้อง Work from Home ถือเป็นอีกบริษัทที่มีรายได้ประจำจากผู้ที่ใช้ Software ทั่วโลก

‘Reckitt Benckiser Group’ ผู้นำด้านของใช้จำเป็นในครัวเรือนที่เราใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนกันเลยทีเดียว ในช่วงวิกฤติ COVID-19 หลายคนตามหาผลิตภัณฑ์ป้องกันเชื้อโรคของ Dettol นี่ก็เป็นหนึ่งในโพรดักต์ของบริษัทนี้เช่นกัน รวมถึง Vanish ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาว และ Durex หนึ่งในผู้นำตลาดถุงยางอนามัย เป็นต้น


จะเห็นได้ว่าหุ้นที่ลงทุนนั้นจะเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง ยากที่คู่แข่งจะเข้ามาแย่งชิงได้ เพราะผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์นั้นๆ เป็นสำคัญ หุ้นในพอร์ตจึงจัดอยู่ในกลุ่มหุ้น Defensive ที่มีดีมานด์จริง มีความต้องการใช้จริง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร คุณยังคงต้องใช้สินค้าและบริการเหล่านี้อยู่นั่นเอง


อย่าให้
วิกฤติ COVID-19’ ต้องทำให้คุณหยุดลงทุนอย่าลืมว่าในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ ปลดล็อกข้อจำกัดในหุ้นไทย ไปกับกองทุน PRINCIPAL GOPP’ และกองทุน PRINCIPAL GBRANDเปิดประตู่สู่การลงทุนไปกับหุ้น 2 แบบ 2 ไสตล์ ‘Growth-Defensive’ ทั่วโลก น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในหุ้นได้เป็นอย่างดี


*สำหรับนักลงทุนที่สนใจ ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนหรือสอบถามรายละเอียดกองทุนเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)  หรือผู้สนับสนุนการขายฯ  หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทร. 02 686 9595 www.principal.th ท่านสามารถเปิดบัญชีและทำรายการผ่าน Principal TH Mobile App ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.principal.th/th/principalTH.html


**ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า
(กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน/ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลของกองทุนรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง  และผลการดำเนินงาน ของกองทุนรวมที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่าง หรือให้ขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ ก่อนการตัดสินใจลงทุน/ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต/บริษัทจัดการใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน (Hedging) ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน/กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าทุนเริ่มแรกได้ / Copyright @ 2020 บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสริช์ ประเทศไทย สงวนลิขสิทธิ ข้อมูลที่ประกอบในเอกสารนี้ : (1) เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทมอร์นิ่งสตาร์ และ/หรือ ผู้ให้บริการข้อมูล / (2) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการทำซ้ำ หรือเผยแพร่ / (3) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ครบถ้วน และความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทุกกรณีจากการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / PRINCIPAL GOPP กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย/PRINCIPAL GBRAND กองทุนหลักลงทุนกระจุกตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

Share: