แนะกระจายการลงทุน...ช่วยพลิก ‘วิกฤติ’ เป็น ‘โอกาส’!!!

‘วิกฤติ COVID-19’ ในครั้งนี้ แม้จะทำให้หลายๆ ธุรกิจต้องสะดุดหยุดตัวลงไปชั่วคราวในช่วงที่มีการ Lockdown ประเทศในช่วงที่ผ่านมา แต่สำหรับธุรกิจจัดการลงทุนนั้น ยังคงเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ต้องขยับปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจไปตามสถานการณ์ด้วยเช่นกัน

 

แล้วก็มาถึงแผนการรับมือช่วงการระบาดไวรัส COVID-19 อีกหนึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อย่าง “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ จำกัด”

 

ที่ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ได้ต่อสายตรงถึง “ธีรนาถ รุจิเมธาภาส” กรรมการอำนวยการ บลจ. ทิสโก้ จำกัด ถึงแผนการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการดูแลพนักงานในช่วงสถานการณ์ระบาดไวรัส COVID-19

 

นำ “เทคโนโลยี” ดึงขีดความสามารถ... ‘การทำงาน’ และ ‘รักษาคุณภาพการบริการ

 

บริษัทได้นำ “เทคโนโลยี” มาใช้ทั้งในการทำงานและการดูแลลูกค้า เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำธุรกิจ ภายใต้สถานการณ์ระบาดไวรัส COVID-19 โดยในขั้นตอนการทำงานของบริษัทได้ใช้  ‘WebEx’ เข้ามาช่วยในการประชุมงาน เพื่อลดการพบเจอให้ได้มากที่สุด

 

นอกจากนี้บริษัทยังได้แบ่งทีมการทำงานออกเป็น 2 ทีม โดย ‘ทีมแรก’ จะให้กลับไปทำงานที่บ้าน (Work From Home) และมีมาตรการฝ่ายบุคคล ขอความร่วมมือพนักงานเพิ่มเติม อย่างการห้ามเดินทางไปต่างจังหวัดและต่างประเทศ

 

 

 ส่วน ‘ทีมที่สอง’ นั้น จะเป็นการทำงานที่ออฟฟิศ ซึ่งจะมีมาตรการด้านสุขอนามัย อย่างการสวมหน้ากากอนามัย การทำเทอร์โมแสกน  การเว้นระยะทางกายภาพกับบุคคลอื่น ๆ ในสังคม (Social distancing) ซึ่งทั้งสองทีมจะมีการผลัดเปลี่ยนตามระยะเวลา

 

“สำหรับการดูแลลูกค้าบริษัทยังคงรักษาคุณภาพการดูแลให้มีมาตรฐานเช่นเดิม โดยการมีการดูแลอย่างสม่ำเสมอและสร้างความสะดวกสบายในการซื้อขายหน่วยลงทุน ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้ง โมบายแอพพลิเคชั่น”

 

ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังคงอัพเดตสถานการณ์และความเคลื่อนไหวที่ประโยชน์แก่ลูกค้าทั้งรายใหญ่ที่เป็นสัดส่วนหลักและรายย่อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันก็ไม่มีลูกค้าที่ได้รับปัญหาในการบริการและส่วนใหญ่ตอบรับค่อนข้างดี

 

เตือนนลท. ‘อย่าวิตกเกินไป’ ...แนะกระจายการลงทุนหลายสินทรัพย์

 

ในส่วนตลาดทุนนั้น ถ้านักลงทุนรู้จักการกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ซึ่งในบางครั้งก็สามารถพลิก ‘วิกฤติ’ ให้เป็น ‘โอกาส’ ได้ และที่สำคัญไม่ควรวิตกเกินไป อยากให้ประเมินสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอและเชื่อการทำงานของภาครัฐ

 

โดยบริษัทมีมุมมองว่าการทำงานของภาครัฐ หรือธนาคารกลางแต่ละประเทศนั้น รู้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว โดยจะมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทั้งใน ‘ระยะสั้น’ และ ‘ระยะยาว’ ซึ่งจะสามารถช่วยให้ผ่านวิกฤตไปได้

 

“ส่วนความกังวลอย่างปัจจัย Sell in May and Go Away ที่นักลงทุนขายหุ้นทำกำไรในช่วงเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะรอให้ตลาดปรับฐานลงถึงจุดต่ำสุด มองว่ามีความเป็นไปได้ แต่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงมาค่อนข้างแรงแล้ว ซึ่งทำให้อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงขึ้น อีกทั้งหุ้นในบางเซกเตอร์ยังค่อนข้างดูดี”

 

จึงมองว่าอาจจะมีแรงขายเพื่อทำกำไรบ้าง แต่อาจจะไม่เยอะเท่าในอดีต ด้วยแรงซื้อที่เข้ามาก่อนนี้ที่เข้ามาไม่ได้เยอะมากนัก จากความกังวลสถานการณ์ระบาดไวรัส COVID-19 ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ทำให้ไม่เป็นที่จูงใจในการลงทุน จึงเป็นไปได้ยากที่นัดลงทุนจะขายหุ้น เพื่อนำเงินไปลงทุนในพันธบัตร


แม้จะมี
‘วิกฤติ COVID-19’ แต่ “บลจ.ทิสโก้” ยังคงเดินหน้าทำธุรกิจอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด พร้อมให้บริการลูกค้าให้ได้รับความสะดวกไม่ต่างอะไรกับยามปกติ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของบริษัทที่มีต่อพนักงานและลูกค้าตลอดจนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

Share: