สายการบินวิกฤติหนัก THAI-NOK ขอเลื่อนส่งงบ ที่เหลือขาดทุนอ่วม

อย่างที่เราทราบกันดี จากผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารลดลง และส่งผลกระทบต่อการเดินทางทุกภูมิภาคทั่วโลก จึงเป็นเหตุทำให้รายได้ของธุรกิจสายการบินปรับตัวลดลง


ธุรกิจสายการบินถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังจากถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการ lockdown เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพราะพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นวันนี้ Wealthy Thai จึงได้รวบรวมผลประกอบการไตรมาส 1/2563 ของหุ้นกลุ่มดังกล่าวมาฝากนักลงทุน


สำหรับหุ้นกลุ่มสายการบินในตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI, บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK  และบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV


จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า THAI และ NOK ได้ขอผ่อนผันระยะเวลาการจัดทำและนำส่งงบการเงินงวดไตรมาส 1/2563 ตามนโยบายของ สำนักงาน ก.ล.ต. ที่ได้ผ่อนผันระยะเวลาการจัดทำและนำส่งงบการเงินให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีเหตุจำเป็นและสมควรซึ่งรวมถึงจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดย THAI และ NOK จะนำส่งงบการเงินภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2563  โดยเรามาดูกันว่า 2 สายการบินที่เหลือผลประกอบการไตรมาส 1/2563 จะเป็นอย่างไร

 

 

AAV ขาดทุนสุทธิ 671.4 ล้านบาท

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV  เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2563 มีผลขาดทุนสุทธิ 671.4 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 497.2 ล้านบาท และมีรายได้รวม 9,399 ล้านบาท ลดลง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยมีจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง 23%  จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน และมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 84% สอดคล้องกับผลกระทบจากมาตรการจำกัดด้านการเดินทางและความต้องการเดินทางที่ลดลงจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเส้นทางบินและปรับแผนปริมาณที่นั่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการบินและสอดคล้องกับความต้องการเดินทาง รวมถึงลดความถี่และยกเลิกเส้นทางบินในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาด ส่งผลให้ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารอยู่ที่ 4,834 ล้านที่นั่ง ลดลง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้วางแผนและปรับแผนตามสถานการณ์ โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุน ทั้งการปรับโครงสร้างการป้องความเสี่ยงน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้าบางส่วนและอยู่ระหว่างเจรจาในส่วนที่เหลือ ซึ่งจะชะลอผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงหากราคาน้ำมันยังอยู่ ณ ระดับปัจจุบัน อีกทั้งผู้บริหารระดับสูงและพนักงานระดับอาวุโสของบริษัทสมัครใจรับเงินเดือนที่ลดลงตามระดับตำแหน่ง รวมทั้งบริษัทยังเตรียมความพร้อมหาเงินทุนสำรอง ผ่านการกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) กับรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา


นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการลงทุนให้รัดกุมมากที่สุด โดยอาจระงับหรือชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง อีกทั้งพิจารณาระงับการจัดหาเครื่องบินเพิ่มในปีนี้ เพื่อให้มีจำนวนฝูงบินที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน


มุมมองนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ปรับลดผลการดำเนินงานปี 2563 เป็นขาดทุนสุทธิ 5.4 พันล้านบาท จากเดิมที่ประเมินจะขาดทุนสุทธิที่ 3.7 พันล้านบาท จากผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2563 ที่ขาดทุนมากกว่าคาด และผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 ที่จะขาดทุนค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการหยุดบินทุกเที่ยวบินในเดือน เม.ย. ขณะที่เริ่มกลับมาเปิดทำการบินในประเทศได้บางส่วนในเดือน พ.ค.แล้ว ซึ่งยังมีทิศทางฟื้นตัวช้ากว่าคาด


ทั้งนี้ประเมินว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 จะเป็นจุดต่ำสุด และคาดว่าไตรมาส 3-4/2563 จะขาดทุนลดลง จากจำนวนผู้โดยสารที่ทยอยฟื้นตัว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ในไตรมาส 3/2563 ทั้งนี้ประเมินจำนวนผู้โดยสารปี 2563 ที่ 8 ล้านคน ลดลง 64% จากปีก่อนโดยจำนวนผู้โดยสารไตรมาส 1/2563 คิดเป็น 56% ของทั้งปี แนะนำ "HOLD" ราคาเป้าหมาย 1.65 บาท/หุ้น

 

 

BA ขาดทุนสุทธิ 338 ล้านบาท

นายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายงานการเงินและบัญชี บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2563 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 338 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19  ที่ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารลดลง และส่งผลกระทบต่อการเดินทางทุกภูมิภาคทั่วโลก


จึงทำให้รายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจสายการบินปรับตัวลดลง 25.2%, ธุรกิจสนามบินลดลง 18.4% และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบินและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องลดลง 14.6% ทั้งนี้บริษัทมีรายได้รวมในช่วงไตรมาส 1/2563 ที่ระดับ 6,423.20 ล้านบาท ซึ่งลดลง 17.50%  จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 7,789.90 ล้านบาท


มุมมองนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้มีมุมมอง Negative ต่อผลประกอบการไตรมาส 1/2563ของ BA ที่แย่กว่าคาด เนื่องจากมีรายการพิเศษมาฉุด และแย่ลงทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน


แต่ถ้าไม่รวมรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 336 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ที่ขาดทุน 1,122 ล้านบาท เป็นไปตามฤดูกาลและมีรายได้ปันผลรับมาช่วยหนุน ขณะที่แย่ลงช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ฉุดรายได้รวมลดลง


แนวโน้มไตรมาส 2/2563 คาดผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 ล้านบาท ผลจากการหยุดบินชั่วคราวเส้นทางบินในประเทศ 1 เดือน และเส้นทางบินระหว่างประเทศทั้งไตรมาส จึงยังคงคาดปี 2563 จะมีผลขาดทุนสุทธิกว่า 2,799 ล้านบาท จากปีก่อนหน้ามีกำไรสุทธิ 351 ล้านบาท คงคำแนะนำ REDUCE ราคาเป้าหมาย (TP20F) 3.25 บาท จากธุรกิจสายการบินยังมีความไม่แน่นอนสูง

 

Share: