ดีมานด์กลุ่ม ‘สินค้าฟุ่มเฟือย’ หาย...เซ่น COVID-19!!!

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ จะทำให้บางกลุ่มธุรกิจอย่าง เทคโนโลยี สินค้าบริโภค เดลีเวอรี่ ช้อปปิ้งออนไลน์ เป็นต้น ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ


แต่คงเป็นที่ยกเว้นสำหรับ ‘สินค้าแบรนด์เนม’ ต่างๆ แม้ว่าจะเป็นขวัญใจนักช้อปหลายคน แต่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้อาจจะไม่เป็นที่ต้องการนัก


ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้สะท้อนมายังราคาหุ้นด้วยเช่นกันที่เหมือนว่านักลงทุนจะมีความกังวลจนเกิดเป็นแรงขายตั้งวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 63


จนทำให้ดัชนี ‘S&P Global Luxury Index’ จาก 3,028.16 จุด ร่วงมาถึง 1,780.63 จุด ในวันที่ 17 มีนาคม 63 ก่อนที่จะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวขึ้นมา นับตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน (ณ 18 พ.ค. 63) ติดลบ 19.52%


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะนำมุมมองของ “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่มีต่อสินค้าแบรนด์เนม ว่าหลังจากหุ้นและสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะยังเป็นที่สนใจหรือไม่

 

 

COVID-19…ฉุดกำลังซื้อ ‘สินค้าลักชัวรี่แบรนด์’ หาย

ปัจจุบันในอุตสาหกรรมกองทุนก็มีกลุ่ม ‘กองทุนโกลบอลแบรนด์’ ก้าวมาเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนไทยให้ได้มีโอกาสออกไปลงทุนในหุ้นที่มีแบรนด์ระดับโลกกัน ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับสินค้าที่เราใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอนกันเลยทีเดียว


“ในขณะที่ ‘กองหุ้นแบรนด์เนม’ นั้นจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มสินค้าและบริการ ‘ระดับบน (Premium Brands)’ เป็นสำคัญ ทั้ง 2 กลุ่มนี้แม้จะเป็นกองทุนที่เกี่ยวกับแบรนด์เหมือนกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน”


โดย “วิน พรหมแพทย์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนพรินซิเพิล จำกัด ได้ให้ความคิดเห็นว่า การปรับตัวของหุ้นกลุ่มหุ้นสินค้าลักชัวรี่แบรนด์ เป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อกำลังซื้อในช่วงระบาดไวรัส COVID-19 ซึ่งหากเศรษฐกิจและกำลังซื้อจากประเทศจีนฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังปี 63 หรือครึ่งแรกปี 64 ก็อาจจะทำให้ราคากลับมา ซึ่งการระบาดไวรัส COVID-19 ทำให้กำลังซื้อหยุดไปในช่วงดังกล่าว

 

(วิน พรหมแพทย์)

 

 

“วิกฤตในครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้แบรนด์สินค้ากลุ่มดังกล่าวให้ตายไปเลย เนื่องจากคนรวยก็ยังรวยอยู่ และกำลังซื้อได้หยุดไปแค่ช่วงนี้เท่านั้น เราจึงต้องมาจับตาดูว่ากำลังซื้อจะกลับมาได้เร็วแค่ไหน” นายวินกล่าวเพิ่มเติม

 

 

“ระยะสั้น-กลาง”...ควรให้น้ำหนักกลุ่ม ‘หุ้น Defensive’

โดยในระยะสั้นถึงกลางอยากให้นักลงทุนให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มหุ้นประเภท Defensive มากกว่าลักชัวรี่แบรนด์ เนื่องจากระยะกลางตลาดยังมีโอกาสที่จะตกใจกับตัวเลขต่างๆ ที่จะออกมา


“หากมีการประกาศตัวเลขออกมา ก็อาจจะทำให้ตลาดปรับตัวลดลงหรือผันผวนต่อได้ จึงทำให้กลุ่มที่มีความปลอดภัยกว่า อย่างหุ้นประเภท Defensiveไม่ว่าจะเป็นโกลบอลแบรนด์ที่เป็นสินค้าจำเป็น หรือกลุ่มอินฟราสตรัคเจอร์ จะมีความน่าสนใจกว่า”

 

 

ฐานลูกค้า ‘สินค้าลักชัวรี่แบรนด์’ กำลังซื้อยังสูง...ลุ้นฟื้นตัวหลังพ้นCOVID-19

ด้าน “เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์” ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด ให้มุมมองว่า กำลังซื้อส่วนใหญ่ของสินค้าลักชัวรี่แบรนด์ ยังคงอยู่ในระดับกลางถึงสูงซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่สูง ทำให้ยังมีโอกาสที่กำลังซื้อจะฟื้นตัวหลังจากผ่านพ้นช่วงการระบาด COVID-19

 

(เกียรติศักดิ์ ปรีชาอนุสรณ์)

 

 

“แต่หากสถานการณ์ลากยาวออกไป ก็อาจทำให้การฟื้นตัวเป็นไปได้ช้ากว่าที่ควร และอาจมีโอกาสทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงได้ต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มสินค้าลักชัวรี่แบรนด์ ยังถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย”



ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองต่อการลงทุนใน ‘หุ้นแบรนด์เนม’ ซึ่งในระยะสั้นยังคงดูไม่ดีเท่าไรนัก แต่หากมองให้กว้างขึ้นเป็น ‘โกลบอลแบรนด์’ ตรงนี้ก็เป็นอีกกลุ่มที่สามารถผสมเข้ามาในพอร์ตได้ในลักษณะของ ‘หุ้น Defensive’ นั่นเอง หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

Share: