ลงทุนอย่างไร เมื่อทองคำอาจทำจุดสูงสุดตลอดกาล

ราคาทองคำกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ คำนี้อาจจะไม่เกินเลยกับภาวะตลาดทองคำในปัจจุบันมากนัก ที่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปี ที่ 1,764 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ทำให้การลงทุนในทองคำที่เคยเงียบเหงามานานหลายปี กลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

การปรับเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ สะท้อนถึงมุมมอง ความกลัวในตลาดการเงินทั่วโลก ที่กังวลหายนะจาก COVID-19 กำลังเป็นเชื้อร้ายทำลายระบบเศรษฐกิจโลกให้ย่อยยับ โดยทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจึงโดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง และการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในครั้งนี้ อาจจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับราคาทองคำก็เป็นได้

             
เวลานี้คือจุดตัดสินราคาทองคำ

             

จากการพูดคุยกับนพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก ในรายการ WEALTHY TALK คุณหมอได้ให้มุมมองที่น่าสนใจในทิศทางราคาทองคำว่า ในเวลาที่ท่านอ่านบทความในสัปดาห์นี้ ราคาทองคำอยู่ระหว่างการเลือกทิศทางครั้งสำคัญว่า หลังจากนี้จะไปทิศทางไหน เพราะการที่ราคาทองสามารถยืนเหนือ 1,700 ดอลลาร์ได้ เป็นจุดที่สำคัญมาก ในภาพของทางเทคนิคซึ่งเป็นการสร้างฐานที่แข็งแรง

 

แต่ในอีกมุมหนึ่งหากดูให้ลึก ราคาทองคำกำลังสร้างเวฟลูกที่ 5 ซึ่งถือว่าปลายของขาขึ้นแล้ว ส่วนหลังจากนี้อาจมีการพักตัว แต่จะเป็นการพักตัวเพื่อสร้างใหม่หรือเปล่า อันนี้ต้องจับตาใกล้ชิด หากผ่านไปได้ก็จะทำให้ราคาทองเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,800–1,900 ดอลลาร์ ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการกลับไปอยู่ในจุดสูงสุดของราคาทองคำอีกครั้งหนึ่ง

             

แล้วถ้าหากไม่เป็นไปตามคาด ราคาทองคำก็จะไม่ได้ลดลงแรงเหมือนกับที่หลายคนกังวล ราคาทองคำอาจจะกลับลงมาเทรดในกรอบ 1,715–1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

วัคซีน COVID-19 เป็นตัวชี้ขาด

             

ราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบนี้ เกิดจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นหลัก ทำให้ทุกคนที่เคยถือครองสินทรัพย์เสี่ยง มาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย เห็นได้จากกองทุนที่ถือครองคำมากที่สุดในโลกเข้ามาซื้อทองคำจำนวนมาก โดยตอนนี้พวกเขาเข้ามาซื้อทองคำมากกว่า 300 ตัน จากเดิมที่ถือครองอยู่ 800 ตัน มาอยู่ที่ 1,100 ตัน ซึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ วัคซีน COVID -19 จะได้ผลหรือไม่ ถ้าหากได้ผลเท่ากับว่า ขาขึ้นของราคาทองคำ กำลังจะสิ้นสุดแล้ว

             

“รอบขาขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้ต้องยอมรับว่ามาจาก COVID-19 และหากข่าวการผลิตวัคซีนต้าน COVID-19 สำเร็จ เท่ากับว่า ราคาทองคำก็น่าจะจบรอบแล้ว ดังนั้นเมื่อราคาขึ้นจาก COVID-19 และหาก COVID-19 จบลง ราคาทองคำก็อาจจะจบลงด้วยเช่นกัน”คุณหมอกล่าว

             

ส่วนปัจจัยทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอัดเงินเข้าระบบผ่านมาตรการ QE ที่หลายประเทศปั๊มเงินเข้าระบบ คุณหมอบอกกับเราตามตรงว่า ปัจจัยนี้ตลาดรับรู้ไปหมดแล้ว เช่นเดียวกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ยกเว้นว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วกว่าคาด หรือแย่กว่าที่คิด ถึงจะมีผลกับราคาทองคำอีกครั้ง

             

ซื้อขายระยะสั้นอย่าสวนเทรนด์

             
สำหรับคนที่อยากลงทุนทองคำในช่วงนี้ สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ราคาทองคำขึ้นไปค่อนข้างมากแล้ว ดังนั้นการลงทุนทองคำควรเป็นการลงทุนระยะสั้นเท่านั้น ถ้าจะถือยาวอยากให้รอราคาลงมาก่อน ส่วนใครจะเทรดดิ้งก็ควรจะเล่นไปตามเทรนด์อย่างเล่นสวนเทรนด์

             

“ทองคำนั้น อย่างบางคนเล่นในตลาด Futures แล้ว อยากได้กำไรสูงๆไปเล่นขา Short อันนี้ผมมองว่าเสี่ยงมากเพราะเราไม่รู้ว่าราคาทองคำจะขึ้นไปเท่าไหร่ อาจจะมากกว่าที่เราคิดก็ได้ ดังนั้นเราควรจะเล่นตามเทรนด์ และเทรดระยะสั้นเท่านั้น คือสิ่งที่นักลงทุนควรทำมากที่สุด”

             

สิ่งที่ได้จากเห็นจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้นั้น นักลงลงทุนไทยเก่งมาก โดยนักลงทุนหลายคนเลือกที่จะขายทองคำ ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูก ซึ่งใครที่เคยติดดอยทองคำเมื่อ 7 ปีที่แล้วเป็นโอกาสที่จะหลุดดอยได้ ทั้งนี้แม้ราคาทองคำจะผันผวนมาก แต่หากดูข้อมูลย้อนหลังจะพบว่าทองคำให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5-7% ต่อปี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีหากเทียบกับการฝากเงินกับธนาคาร

             

อย่างไรก็ตามราคาทองคำอยู่ในจุดสำคัญอย่างมาก อยู่ระหว่างการเลือกสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ หรือการจะถอยลงมาเพื่อรอจังหวะของการปรับขึ้น ดังนั้นนักลุงทนต้องติดตามปัจจัยต่างๆ อย่างใกล้ชิด ซึ่ง WEATHY THAI จะนำข้อมูลต่างๆ มาให้นักลงทุนได้รับทราบถึงมือของท่าน ผ่านรายการ WEALTHY TALK ทุกวันอังคาร เวลา 17.00 น. ส่วนใครที่อยากดูบันทึก LIVE ของเรา สามารถติดตามได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

 

https://www.facebook.com/wealthythai/videos/869444423573785/

             

Share: