JUBILE เดินหน้าฝ่าวิกฤติ COVID-19 คุมต้นทุน รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำ 45%

นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE เปิดเผยว่า ปัจจุบันสาขาของบริษัทสามารถเปิดดำเนินการได้แล้วเกือบทั้งหมด ตามมาตรการของภาครัฐ มีเพียงที่หัวหินเท่านั้น ที่ยังไม่ประกาศเปิดห้างสรรพสินค้า

 

โดยจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ห้างสรรพสินค้าต้องหยุดกิจการชั่วคราวตามประกาศจากรัฐบาล ส่งผลให้บริษัทมีสาขาที่เปิดดำเนินการเพียง 3 สาขาเท่านั้น จากจำนวนสาขาทั้งหมด 130 สาขา ซึ่งสาขาที่เปิดดำเนินการยอดขายก็ได้ลดลง ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากลูกค้ามีความกังวลในเรื่องของการเดินทาง และการออกจากที่พักอาศัย

 

ดังนั้นแม้ในช่วงไตรมาส 2/2563 จำนวนวันสูญเสียไปประมาณ 50% แต่บริษัทได้มีแผนกระตุ้นการตลาด ส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการควบคุมค่าใช้จ่าย ต่อรองส่วนลดค่าเช่าสาขา ต่อรองค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่า Internet ลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด ยกเว้นส่วนของ Online รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการขายจากช่องทาง E-Commerce และการบริหารจัดการเงินสดให้แข็งแกร่ง

 

โดยช่องทาง E-Commerce จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสร้างรายได้ของบริษัท ซึ่งคาดว่าครึ่งปีหลัง 2563 จะมีสัดส่วนยอดขายที่ระดับ 10% ของยอดขายรวม เพื่อสร้างยอดขายเข้ามาเพิ่มเติมให้แก่บริษัท และถือว่าเป็นช่องทางที่มีโอกาสทางการตลาดอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตามภาพรวมทั้งปี 2563 บริษัทมีแผนจะมีการพิจารณาเป้ายอดขายใหม่ จากเดิมที่กำหนดไว้ว่าจะมียอดขายเติบโต 8-10% จากปี 2562 รวมทั้งมีแผนขยายสาขา 3-5 สาขานั้น จึงต้องมาพิจารณาอีกครั้งตามผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ซึ่งต้องรอประเมินสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน โดยการขยายสาขาจะพิจารณาถึงพื้นที่ที่เหมาะสมว่าจะเปิดสาขาใหม่หรือไม่

 

ส่วนประเด็นราคาทองคำที่ปรับตัวสูงนั้น อยู่ในช่วงที่บริษัทหยุดการผลิต ดังนั้นเรื่องต้นทุนปัจจุบันไม่ได้มีผลกระทบในแง่ของของราคาทองคำ ส่วนรอบการผลิตถัดไปนั้น หากราคาทองคำสูงขึ้น บริษัทจะพิจารณาในเรื่องของต้นทุนว่าจะสามารถควบคุมได้ดีหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามโครงสร้างของต้นทุนบริษัทในสัดส่วน 70-75% เป็นราคาเพชร ส่วนอีกที่เหลือเป็นราคาทองคำและค่าแรง ซึ่งราคาทองคำที่สูงขึ้นบริษัทจะควบคุมตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไว้

 

นางสาวอัญรัตน์ กล่าวอีกว่า การบริษัทจัดการต้นทุนนั้น ซึ่งหลักๆก็จะเป็นต้นทุนผลิตภัณฑ์ ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร บริษัทพิจารณาอย่างเต็มที่ และประเมินถึงตัวเลขที่สามารถลดได้ ภายใต้ยอดขายที่ยังรักษาการเติบโตได้ และพิจารณาในบางค่าใช้จ่ายที่ยังสามารถเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งยังคงประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะไม่ต่ำว่า 45% ส่วนอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 12% เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมาแม้มีสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ปิดสาขาจำนวนมาก แต่บริษัทยังสามารถรักษาระดับได้ดี โดยไตรมาส 1/2563 มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มมาอยู่ที่ 49.6% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 47.6%

 

Share: