Panasonic เตรียมปิดโรงงานในไทย ย้ายฐานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าไปเวียดนาม

โรงงานพานาโซนิกที่เป็นไลน์การผลิตตู้เย็น-เครื่องซักผ้า จะปิดตัวลงในปี 2021 ย้ายไปเวียดนาม เพื่อลดต้นทุนการผลิต
 

นิกเคอิรายงานว่า บริษัท Panasonic สำนักงานใหญ่นครโอซาก้าได้มีแผนการเตรียมปิดโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ โดยจะย้ายฐานการผลิตดังกล่าวไปยังประเทศเวียดนามแทน ด้วยเหตุผลจากความพยายามลดต้นทุนการผลิต

 

รายงานระบุว่า โรงงานพานาโซนิกที่ตั้งในจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งเป็นไลน์ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ประเภทเครื่องซักผ้าและตู้เย็น จะยุติสายพานการผลิตเครื่องซักผ้าเดือนกันยายน และยุติผลิตตู้เย็นในเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่ตัวโรงงานก็เตรียมปิดทำการภายในเดือนมีนาคม ปี2021 เช่นเดียวศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D)ของบริษัทซึ่งอยู่ใกล้เคียงก็จะถูกปิดตัวลงเช่นกัน

สำหรับโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าพานาโซนิกในไทยเริ่มเดินสายพานผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ปัจจุบันมีพนักงานราว 800 คนจะถูกปลด โดยพนักงานจะได้รับความช่วยเหลือด้านต่างๆรวมถึงการหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมภายในองค์กรต่อไป

ขณะที่การผลิตส่วนดังกล่าวจะถูกย้ายไปยังโรงงานแห่งใหม่ชานกรุงฮานอยแทน ซึ่งพานาโซนิกตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุดสำหรับไลน์การผลิตตู้เย็นและเครื่องซักผ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพานาโซนิกเริ่มดำเนินกิจการในเวียดนามตั้งแต่ช่วงปี 1950 ปัจจุบันพานาโซนิกเวียดนามมีพนักงานมากกว่า 8,000 คน ซึ่งนอกจากมุ่งผลิตสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเป็นหลักแล้ว ยังผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆสำหรับโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เครื่องมือเชิงอุตสาหกรรม

 

การย้ายโรงงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างองค์กรของพานาโซนิก โดยมีเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายลงให้ได้ประมาณ 930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปีงบประมาณ 2022 ซึ่งอนาคตอาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงไลน์การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยในอนาคต

 

ทั้งนี้นิกเคอิยังระบุว่า ช่วงที่ผ่านมามีโรงงานและบริษัทข้ามชาติหลายแห่งพิจารณาย้ายฐานการผลิตออกจากไทยและจีน ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียแทน เนื่องจากอัตราค่าจ้างแรงงานที่ถูกกว่า โดยเมื่อปีที่แล้วแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติเดียวกันอย่างชาร์ปสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเครื่องซักผ้าและตู้เย็นในอินโดนีเซียได้ถึง 30% และ 20% ตามลำดับ

 

ที่มา : https://asia.nikkei.com/

Share: